เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่รัฐสภา กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย นายธนวัฒน์ ศรีสุข ยื่นหนังสือถึงพรรคเพื่อไทย เพื่อติดตามตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณี คดีโกงฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 หรือ สว. ปี 2567 ซึ่งมีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับจากพรรคเพื่อไทย

โดยนายธนวัฒน์ ศรีสุข กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า จากกรณีคดีทุจริตการฮั้วเลือก สว. 2567 ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทาง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน และไต่สวน คณะที่ 26 ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน ทำงานร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  ขณะนี้ สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. เสนอสำนักงานเลขาฯ กกต.ไปเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 ดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 229 ราย แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา 138 คน กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และเครือข่าย 91 ราย อยู่ระหว่างรอ กกต.ส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า กลุ่ม สว.สำรองมีความห่วงใย และกังวลใจว่า รัฐบาลของ นายอนุทิน ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาจะเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงในระหว่างรอ กกต.ส่งสำนวนคดีไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จะกระทบต่อหลักการความถูกต้อง โปร่งใส เที่ยงธรรม อันเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย และผิดเจตนารมณ์การเตรียมยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงเสนอข้อเรียกร้องดังนี้ ขอให้ติดตามตรวจสอบนายอนุทิน ในฐานะนายกฯ  ที่มีอำนาจ และเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง อาจใช้อำนาจรัฐที่ก้าวก่ายและแทรกแซงคดี เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง ขอให้ติดตามตรวจสอบการบริหารงานผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้กำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่ให้มีการแทรกแซงการทำงานของข้าราชการดีเอสไอ ที่ยึดมั่นระบบยุติธรรม ความถูกต้อง และเที่ยงธรรม

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ทางกลุ่ม สว.ต้องการให้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ที่รัฐพึงคุ้มครองระบบยุติธรรมไม่ให้ถูกแทรกแซง เพราะขณะนี้มีแนวโน้มและข้อมูลบางส่วนว่า จะมีการแทรกแซงแล้ว ขนาดยังไม่แต่งตั้งรัฐบาล ยังมีมือลึกลับเข้าไปกดดันให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ดำเนินการสอบสวนปากคำพยานบางราย

ขณะที่ นายอนุสรณ์ กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยมาทำหน้าที่ ไม่ว่าจะในฐานะอดีตรัฐบาล หรือว่าที่ฝ่ายค้านก็ตาม แต่ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะต้องเข้าไปช่วยเหลือ และดูแล โดยเฉพาะกระบวนการฮั้ว สว. ที่ต้องเรียกว่าเป็นกระบวนการใหญ่ระดับชาติ มีคนรับรู้รับทราบจํานวนมาก มีคนตั้งคําถามทั่วทั้งประเทศกับปรากฏการณ์นี้ ดังนั้น ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะอยู่ในบริบทใด เราเป็นฝ่ายค้านแท้ๆ ที่พร้อมทําหน้าที่ยืนหยัดเคียงข้างประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม สว.สํารอง ซึ่งเดินทางมายื่นร้อง และสิ่งที่เขายื่นไม่ได้เกินกว่าที่เขาควรจะร้องได้ เพราะเขาเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อกระบวนการฮั้ว สว.ที่อาจทําให้ได้ สว.ที่อาจผิดฝาผิดตัวหรือไม่ 

นายอนุสรณ์ กล่าวย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจึงยินดีอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ลูกนี้เข้าคอก แต่เป็นทางที่เราต้องเดินอยู่ และเป็นเรื่องที่เราต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาล มีความเกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะเรื่องฮั้ว สว. แต่ยังมีกรณีเขากระโดง และเรื่องอื่นๆ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะรับภาระในส่วนนี้ ในการดําเนินการทั้งระบบรัฐสภา และบทบาทหน้าที่ในสภา เราพร้อมจะดําเนินการควบคู่ไปกับภาคประชาชนต่อไป 

เมื่อถามถึงวันแถลงนโยบาย พรรคเพื่อไทยในฐานะว่าที่ฝ่ายค้าน จะมีการอภิปรายตรวจสอบนโยบายหรือคุณสมบัติรัฐมนตรีที่จะเข้ามาทําหน้าที่หรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมือง ในการประชุมพรรคของเราทุกครั้ง เรามีการปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนกันในที่ประชุมพรรคว่า การทําหน้าที่ฝ่ายค้านแท้อย่างเหมาะสมลงตัว ควรจะเป็นแบบไหนอย่างไร ความจริงในการแถลงนโยบาย เรามีบางกลุ่มในพรรคเพื่อไทย เห็นว่า จะอภิปรายอะไรได้บ้าง เพราะในบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอเอ) ที่มีการสนับสนุนร่วมกับพรรคประชาชน เขาก็บอกว่า ไม่ได้ให้นายอนุทิน นายกฯ มาบริหารประเทศ แต่ให้มายุบสภา

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้น เมื่อเป็นไปตามกรอบนี้ ก็ต้องมีการอธิบายนโยบายว่า ไทม์ไลน์ยุบสภาเป็นอย่างไร หากไปอธิบายเรื่องนโยบาย อาจจะผิดฝาผิดตัว ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ทํางานในพื้นฐานความแค้นหรือความฝังใจในอดีต หากเราสามารถอภิปรายข้อเสนอแนะเรื่องการแถลงนโยบายได้ เราก็พร้อมทําหน้าที่ 

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ในเอ็มโอเอแม้แต่การให้สัมภาษณ์ของพรรคประชาชน ก็ระบุว่า ไม่ได้เลือกนายกฯ ที่เป็นคนเก่ง คนดี หรือมาเพื่อบริหารประเทศ แต่เลือกมาเพื่อยุบสภา ดังนั้น จึงไม่แน่ใจว่า หากมีเรื่องอื่นนอกเหนือจากยุบสภา สามารถอภิปรายได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูก่อน แต่ยืนยันว่า เราทําหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบถ่วงดุล

ส่วนการอภิปรายจะต้องเป็นมติของพรรคหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า อาจต้องมีการคุยกัน แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยทุกเวที และทุกวงที่มีการคุยกันมีเรื่องนี้ในการทําหน้าที่อย่างถูกต้อง และเหมาะสม