นายไพทูร ไพศาลสุขวิทยา Head of Project Development and Construction บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ ผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า ผ่านมา บี.กริม เพาเวอร์ มีความสนใจในตลาดพลังงานเกาหลี โดยได้ลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในเกาหลีใต้ ภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yeonggwang Nakwol และ Yeonggwang Hanbit รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 740MW ซึ่งทำสัญญาเชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับ KEPCO เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ล่าสุด ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักของ “Sawasdee Seoul Thai Festival 2025” เทศกาลไทยที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงโซล เกาหลีใต้ โดยนำวัฒนธรรมและ Soft Power ไทยไปสร้างความประทับใจให้ชาวเกาหลีได้สัมผัสความเป็นไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านอาหาร งานคราฟต์ การท่องเที่ยว สุขภาพ และนวัตกรรม พร้อมโชว์ศักยภาพของบริษัทฯ ในฐานะเป็นหนึ่งในเอกชนไทยที่ลงทุนด้านพลังงานสะอาดในเกาหลีใต้ ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งจากประเทศไทยและเกาหลีใต้ 

โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 ในธีม “Discover Thailand” ซึ่งนับได้ว่าเป็นงาน Sawasdee Seoul Thai Festival ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา ด้วยจำนวนบูธมากกว่า 80 บูธ ครอบคลุมทั้งบูธอาหารไทย งานคราฟต์ การท่องเที่ยว สุขภาพ และนวัตกรรม อีกทั้งยังมีเวทีแสดงนาฏศิลป์ไทย, การสาธิตมวยไทยโดยนักมวยชื่อดัง “บัวขาว บัญชาเมฆ” และไฮไลต์ ขบวนพาเหรดชุมชนไทยในเกาหลีที่ยาวกว่า 593 เมตร โดยตลอดสองวันของการจัดงานมีชาวเกาหลีและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมงานหลายพันคน

สำหรับการได้สนับสนุนและมีส่วนร่วมในงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2025 จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนในเกาหลีใต้ ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจของเราที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและเกาหลี ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดย บี.กริม เพาเวอร์ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในมิติต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันของทั้งสองประเทศต่อไป

นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า “Sawasdee Seoul Thai Festival 2025” เป็นเวทีอันทรงพลังที่ไม่เพียงแสดงถึงเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ศิลปะ อาหาร และวิถีชีวิตของไทย แต่ยังตอกย้ำถึงพลังแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของ Global Soft Power ซึ่งความสำเร็จของงานในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเข้าถึงใจผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกาหลีใต้ ที่มีความใกล้ชิดทางด้านวัฒนธรรมและมิตรภาพที่เหนียวแน่นกับประเทศไทยมาโดยตลอด”