เรียกได้ว่าเสิร์ฟโมเมนต์หวานฉ่ำไม่ยั้ง สำหรับคู่รักสาย T-POP อย่าง “คอปเตอร์ ภานุวัฒน์” และ “เบนซ์ ข้าวขวัญ” ที่ควงแขนไปเที่ยวสวีตถึงเกาหลี พร้อมอวดภาพสุดโรแมนติกให้แฟน ๆ ได้อิจฉาตาร้อนผ่าวกันเลย โดยล่าสุดในงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “เลี้ยงรุ่น” คอปเตอร์ ได้เล่าโมเมนต์หวาน ๆ และอัปเดตเรื่องหัวใจว่า

“สำหรับที่ไปเที่ยวเกาหลีอากาศก็คล้าย ๆ กับประเทศไทย อาจจะเย็นกว่านิดหน่อย ถามว่าร้อนมากไหม ก็ไม่ร้อนมากครับ กำลังอบอุ่นดี คือคนที่ไปด้วยสร้างความอบอุ่นให้เรา ถามว่ามันหวานไปหมดเลย ก็ไม่ ก็ไปทำงานเป็นเพื่อนเขา เขาก็ไปเล่นคอนเสิร์ตที่เกาหลี ก็เลยถือว่าเป็นโอกาสดี แล้วก็ไปช่วยงานเขาด้วยแหละ ไปช่วยถ่ายรูปถ่ายคลิปให้เขาด้วย ซึ่งทั้งที่ผมก็มีรูปตัวเองอยู่แค่นั้นแหละครับ

ถามว่าเขินไหม จริง ๆ พูดกันตามตรงตามบริบทคือสมัยก่อน ถามว่ามีความรักไหม มันก็มีอยู่แล้ว แต่พอผ่านช่วงเวลามา มันมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราโฟกัสเรื่องงาน แต่พอปัจจุบันเรามีแฟน เราเปิดตัวกับเขาแล้ว ทุกคนก็แค่เพิ่งได้เห็น แต่จริง ๆ มันมีโมเมนต์แบบนี้มาตลอด แค่มันไม่ได้อยู่ในโลกโซเชียลแค่นั้นเอง แล้วหลายคนแซวว่าคลั่งรักมาก เสิร์ฟแบบไม่ยั้ง จริงๆ ก็ไม่ได้เสิร์ฟแบบไม่ยั้ง คือเราก็ถ่ายรูปกันเฉพาะเวลาไปทริปที่สำคัญ ที่ผ่านมาเราก็ไปทริปที่มัลดีฟส์ ฮ่องกง เราก็ถ่ายรูปประมาณนี้แหละ แต่พอกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยมาทำงานจริง ๆ ต่างคนก็ต่างรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง ตัวผมเองก็ทำหน้าที่พิธีกรและดีเจ และเขาเองก็มีงานร้องเพลงเยอะแยะไปหมด

เราสองคนคบกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ครับ ถามว่าเป็นยังไงบ้างเพราะมันก้าวกระโดดไปทุกอย่าง ก็อาจจะช่วงวัยด้วยแหละ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ก้าวกระโดดอะไรหรอก คือมันก็เป็นไปตามความรู้สึกและเป็นไปตามวัยที่มันเป็น จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้เร็วอะไร แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันก้าวกระโดดไปขนาดนั้น ทุกอย่างเป็นปกติ แล้วคนมองว่าตัวติดกันเพราะคอนเสิร์ตของเขาจะมีเราอยู่ข้าง ๆ เสมอ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคอนเสิร์ตนะ บางทีแล้วมันก็ติดงานผมเหมือนกัน แต่งานไหนที่เป็นงานใหญ่ ๆ ก็อยากจะไปให้กำลังใจเขาทุกงาน

แล้วความรักครั้งนี้ ก็รู้สึกว่าคือมันไม่ได้อยากจะมาหลบซ่อนอะไรกัน ความรักครั้งนี้เราไม่ได้อยากจะปิดบังอะไร เราเองก็รู้สึกค่อนข้างจะจริงจังในความสัมพันธ์นี้ ก็มองอนาคตหลาย ๆ อย่างไว้กับเขาด้วย ก็เลยเปิดตัวเลยแล้วกัน คือเราตั้งใจตั้งแต่เริ่มคบกันก็ไม่มีโปรนะ คือผมว่าโดยการที่เราอายุประมาณนี้แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าพอเรามีเขา หลาย ๆ อย่างในชีวิตเราเราโฟกัสมากขึ้น เราตั้งใจกับชีวิตตัวเองมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่เราอาจจะเหมือนแค่ทำงานแล้วก็ใช้ชีวิตแบบเรื่อย ๆ ของเรา แต่พอมีเขาอยู่ เราก็รู้สึกว่าเราได้โฟกัสกับตัวเอง ได้โฟกัสกับหน้าที่ของเรามากขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็อยากจะมั่นคง

ส่วนอนาคตของเราในมุมของผมเองก็อยากจะรักษาความสัมพันธ์และทำทุกอย่างในความสัมพันธ์นี้ให้ดีที่สุด จริง ๆ จะพูดว่าคาดหวังก็ได้ แต่ก็กลัว แต่ก็คาดหวังแหละ จริง ๆ แล้วเราก็จริงจังกันทั้งคู่ คือผมพูดแทนเขาไม่ได้เยอะ ตอนนี้สิ่งที่เราโฟกัสด้วยกันคือเราอยากจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างด้วยกันก่อน ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องธุรกิจ ก็กำลังตั้งใจเรื่องนั้นกันอยู่ และกำลังคิดว่าวันหนึ่งถ้าเราประสบความสำเร็จในชีวิตกันมากพอ เราอาจจะถึงเวลาอีกขั้นหนึ่งที่จะก้าวขึ้นไป

ถามว่าด้วยความที่เป็นนักร้องด้วยกัน มีโอกาสที่จะฟีเจอริงกันไหม อันนี้ผมตั้งธงไว้กับตัวเองว่าผมจะไม่ทำงานร่วมกับแฟน คือเขาเป็นคนที่เก่งมากสำหรับผม เบนซ์เป็นคนที่เก่งมากและจริงจังกับทุกผลงาน และความที่เขามีคุณค่าเป็นของตัวเองด้วย ทุกอย่างมันอยู่กับความรับผิดชอบของเขา รู้สึกว่า ณ ตอนนี้เราปรึกษาและคุยเรื่องงานกันได้ในฐานะของแฟนกัน มันก็เป็นอะไรที่ดี แต่ถ้าเราต้องไปทำงานด้วยกัน มุมมองบางอย่างมันอาจจะไม่ตรงกัน คือผมเป็นคนทำงานผมก็จริงจัง ซึ่งเขาก็จริงจังมาก ๆ ผมก็กลัวมันจะขัดแย้งและทะเลาะกัน เราทำงานร่วมกันมันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และในเชิงของการให้กำลังใจมันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องเพลงก็ไม่กล้าทำ แต่ถ้าทำก็ต้องทำเพลงรักแหละ แต่ตัวเขามันมีความฮักความแซ่บอยู่แล้ว แล้วเขาก็เป็นพี่สาวคนสวยของสาวไทยทุกคนอยู่แล้ว เราเองก็จะรักษาภาพลักษณ์ของเขาตรงนั้นเอาไว้และจะไม่ก้าวก่ายอะไร

ส่วนยืนยันไหมว่าไม่ฟีเจอริงร่วมกัน คือไม่รู้ ก็ถ้าวันหนึ่งสมมุติว่าถ้าผมหายเขินก็อาจจะ… คือเราก็เขินด้วย แล้วก็กลัวเขาดุด้วย คือเขาเป็นคนจริงจัง พอเป็นพาร์ตงานเขาเป็นคนที่เป๊ะมาก เขาดุ เราก็กลัว แต่ในเอ็มวีเขาดูเป็นพี่สาวคนสวยของคนไทยทั้งประเทศ คือเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วก็เป็นคนที่สวยที่สุดสำหรับผมด้วย แต่ว่าก็นั่นแหละ พอมันมีพาร์ตทำงานก็รู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ แต่ตอนนี้ก็อยากให้เขาโฟกัสผลงานของเขาก่อน ผมก็ต้องมีผลงานของผมที่ต้องโฟกัสเหมือนกัน แล้วก็ปล่อยให้หน้าที่โฟกัสเขาเป็นหน้าที่ของผมก็พอ”