นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ดีป้า ได้สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Sentiment Index) ไตรมาส 3 ประจำปี 68 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อย ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ไตรมาส 3 ปี 68 อยู่ที่ระดับ 46.9 ลดลงจาก 47.2 ของไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากปัจจัยด้านผลประกอบการ ด้านปริมาณการผลิตฯ ด้านคำสั่งซื้อฯ ด้านการจ้างงาน และด้านการลงทุนที่ปรับตัวลดลง แต่ในทางกลับกัน ปัจจัยด้านต้นทุนประกอบการปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้หากแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า ไตรมาส 3/68 มีหนึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีดัชนีความเชื่อมั่นฯ สูงกว่าระดับ 50 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ อยู่ที่ระดับ 52.7 ส่วนอีก 4 กลุ่มอุตสาหกรรมมีดัชนีความเชื่อมั่นฯ ต่ำกว่า 50 ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ มีดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 39.0 กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล อยู่ที่ระดับ 48.1 กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ อยู่ที่ระดับ 46.8 และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อยู่ที่ระดับ 46.5
นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 3 ปี 68 อยู่ในระดับ ไม่เชื่อมั่น เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการหดตัวของภาคการท่องเที่ยว และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยการแข่งขันช่วงชิงการลงทุนในภูมิภาค ประกอบกับการขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลและ AI Disruption ที่ส่งผลต่อศักยภาพของภาคเอกชน รวมไปถึงความไม่มั่นใจในความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล และข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุน อย่างไรก็ตาม มาตรการตรึงราคาพลังงานและการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงผลสรุปการเจรจาภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกาสามารถช่วยคลี่คลายความกังวลของผู้ประกอบการได้ระดับหนึ่ง
“ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยคาดหวังให้ภาครัฐเร่งพัฒนากำลังคนดิจิทัลภายในประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะขาดแคลนบุคลากรดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโต อีกทั้งเพิ่มศักยภาพกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีให้ปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจโลก พร้อมส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ” นายณัฐพล กล่าว



