จากที่เคยเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันการท่องเที่ยวคนเดียวในประเทศไทยกลายเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนนิยมมากขึ้น โดย 68% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เที่ยวคนเดียว เผยว่าตนไปเที่ยวคนเดียวหลายครั้งในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ขณะที่ 35% เผยว่าไปเที่ยวคนเดียวมากกว่า 3 ครั้ง ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

3 สิ่งแรกที่คนไทยที่เที่ยวคนเดียวให้ความสำคัญมากที่สุดเมื่อวางแผนการท่องเที่ยว คือ การเลือกที่พัก การบริหารงบประมาณ และปัจจัยด้านความปลอดภัย ขณะที่การเดินทางโดยเครื่องบิน เกือบ 2 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกที่นั่งชั้นประหยัด และมากกว่า 1 ใน 4 เลือกสายการบินราคาประหยัด โดยปัจจัยสำคัญในการเลือกสายการบิน ได้แก่ ราคาตั๋วเครื่องบิน ความสะดวก เช่น มีตัวเลือกเวลาบินและเส้นทางที่ตรงความต้องการ และระยะเวลาเที่ยวบิน

อากาธา แยป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด การสื่อสาร และลูกค้าสัมพันธ์, Scoot  กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าผู้คนเลิกเดินทางท่องเที่ยวกันเป็นกลุ่มหรือเป็นครอบครัว แต่ชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวในปัจจุบันโดยเฉพาะคนที่เที่ยวคนเดียว กำลังแสวงหาประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวของตัวเอง และส่งเสริมการค้นหาตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ รายงานของสกู๊ตนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรม แรงจูงใจ และความคาดหวังของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังโตขึ้นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ด้วยเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงรวมถึงประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงจุดหมายปลายทางมากมาย ทั้งที่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว และกำลังเป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการเปิดโอกาสให้ทั้งคนเที่ยวคนเดียว และคนเที่ยวเป็นกลุ่มได้ออกไปสัมผัสโลกกว้างอย่างมั่นใจ และเพลิดเพลินกว่าที่เคย

“สิ่งที่เราอยากสื่อสารให้นักท่องเที่ยวเข้าใจก็คือ นิยามของ Low Cost Carrier (LCC) หรือสายการบินต้นทุนต่ำ ในมุมมองของเราคือการมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ให้อิสระ ความปลอดภัย และมีเส้นทางที่ครอบคลุมในงบประมาณที่คุ้มค่า ด้วยเครื่องบินที่ทันสมัย ใหม่ และมีคุณภาพ โดยเสนอทางเลือกมากกว่าราคา และไม่ลดทอนเรื่องความปลอดภัยหรือการฝึกอบรม เพราะเราใช้ความปลอดภัยและการฝึกอบรมของนักบินและลูกเรือที่มีมาตรฐานเดียวกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งผู้ที่ใช้บริการสามารถสะสมคะแนนกับ KrisFlyer ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ เพื่อใช้ได้ทั้งการแลกตั๋วเครื่องบิน ลดหย่อนค่าตั๋วบางส่วน หรือชำระค่าสินค้าปลอดภาษีได้ด้วย”

ปัจจุบันสายการบินสกู๊ตมีเส้นทางการบินในประเทศไทย 6 จุดหมายปลายทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ, หาดใหญ่, เชียงใหม่, ภูเก็ต, กระบี่ และสมุย โดยจะเปิดเส้นทางใหม่ปลายทาง เชียงราย ในเดือนมกราคม 2026

นอกจากจะสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีโปรเจคชวนบินลิ้มลองอาหารอร่อยทั่วภูมิภาคเอเชีย เพราะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว อาหารคือหัวใจสำคัญของทุกการเดินทาง เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารจานโปรดที่คุ้นเคย หรือการเดินทางลิ้มลองรสชาติใหม่ ๆ อาหารล้วนเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คน สถานที่ และความทรงจำเข้าด้วยกัน

เริ่มต้นรสชาติของความสดใหม่ที่น่าลิ้มลองของออสเตรเลีย หากวางแผนไปเมืองเพิร์ทต้องลอง ‘พายเนื้อ’ จานคลาสสิกที่อัดแน่นด้วยเนื้อวัวบดและน้ำเกรวี ถือได้ว่าเป็นของว่างประจำชาติของคนออสเตรเลีย คนชอบอาหารทะเล ไม่ควรพลาดปลาบารามันดี ปลากระพงท้องถิ่นที่มักนำมาย่างจนสุกกำลังดี เสิร์ฟพร้อมกับผักตามฤดูกาล แล้วตบท้ายด้วยของหวานอย่าง ลามิงตัน ชิ้นเค้กสปอนจ์เคลือบช็อกโกแลต โรยเกล็ดมะพร้าว

หรือจะเดินทางค้นพบรสชาติอันเข้มข้นโดดเด่นจากแผ่นดินใหญ่อย่างจีน ประเทศที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และอาหารเลิศรส หากไปเมืองหางโจว แนะนำให้ลอง ‘ปลาเปรี้ยวหวานซีหู’ หนึ่งในอาหารท้องถิ่นสุดคลาสสิกที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของอาหารเจียงหนาน (Jiangnan) และเมื่อได้ไปเมืองอู่ฮั่น ที่วัฒนธรรมด้านอาหารคึกคัก เต็มไปด้วยร้านอร่อย ก็ต้องกิน ‘บะหมี่แห้งเผ็ดร้อน’ หรือ ‘เรอกานเมี่ยน’ อาหารเช้ายอดนิยมของคนในพื้นที่ ซึ่งประกอบไปด้วยเส้นบะหมี่ ซอสงา และน้ำมันพริก

คนชอบญี่ปุ่นถ้าไปถึงเมืองโอซาก้าแล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีทฟู้ดยอดนิยมอย่าง ‘ทาโกะยากิ’ ขนมครกญี่ปุ่นที่ภายในประกอบด้วยเนื้อหมึกยักษ์ ราดด้วยซอสหวานและปลาโอแห้ง รวมไปถึงจานท้องถิ่น ‘โอโคโนมิยากิ’ หรือที่คนไทยมักเรียกว่า พิซซ่าญี่ปุ่น แพนเค้กแบบคาวที่อัดแน่นด้วยกะหล่ำปลี เนื้อหมูหรือซีฟู้ด ราดด้วยมายองเนสและซอสพิเศษ สำหรับของหวาน ความหวานอันละมุนของขนมรสชาเขียวมัทฉะในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ไอศกรีมและเค้ก ก็เป็นจานที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

หรือจะไปลิ้มรสอาหารอร่อยใกล้ ๆ ที่สิงคโปร์ สายกินตัวจริงต้องไปลอง ‘ข้าวมันไก่ไห่หนาน’ อาหารประจำชาติยอดนิยมที่เสิร์ฟพร้อมข้าวหอม และน้ำจิ้มรสจัดจ้าน และอีกจานอย่าง ‘ปูผัดพริก’ ปูเนื้อฉ่ำที่ราดด้วยซอสรสหวาน เผ็ด และเค็ม เหมาะกับการจิ้มกินด้วยหมั่นโถว สำหรับของหวาน‘ไอซ์ คาจัง’ หรือ น้ำแข็งไส ก็ให้ทั้งความสดชื่นและความอร่อย มักตกแต่งด้วยถั่วแดง ข้าวโพดหวาน และน้ำเชื่อมหลากสี

แต่หากอยากสัมผัสมรดกทางอาหารที่ครบครันไปด้วยเครื่องเทศ และรสชาติที่เข้มข้น อินโดนีเซียคือคำตอบ เมนูต้องลอง ‘นาสิ โกเรง’ ข้าวผัดอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ ที่ผัดกับซีอิ๊วหวาน กระเทียม และพริก และราดด้วยไข่ดาว สำหรับเมืองเปกันบารู นักท่องเที่ยวควรได้ลิ้มลอง ‘กุไล อิกัน ปาติน’ แกงปลาที่มีส่วนประกอบของขมิ้นและกะทิ และของหวานอย่าง ‘กุย ลาปิส’ เค้กหลายชั้นที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าและกะทิ