กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อลูกค้าสาวนิวยอร์กตัดสินใจยื่นฟ้องศาลฎีกาแห่งรัฐนิวยอร์ก เพื่อเรียกค่าเสียหายจาก “แมคโดนัลด์” โดยระบุว่าเมนูยอดฮิตอย่าง “เฟรนช์ฟรายส์” ที่ทางร้านเสิร์ฟมานั้น มีอุณหภูมิที่ร้อนจัดเกินมาตรฐานความปลอดภัย จนทำให้ลิ้นและช่องปากของเธอเกิดแผลไหม้รุนแรง
สื่อดังอังกฤษ The Independent รายงานว่า แคทเธอรีน ลูอองโก ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาล จากเหตุการณ์ที่เธอเข้าไปใช้บริการซื้อเฟรนช์ฟรายส์ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาใกล้กับสวนสาธารณะไบรอันต์พาร์ค ย่านแมนฮัตตัน เมื่อเดือนมีนาคม 2026
ในคำฟ้องระบุอย่างชัดเจนว่า แมคโดนัลด์มีความประมาทเลินเล่อ จากการเสิร์ฟอาหารที่ร้อนจัดเกินกว่าระดับที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค และที่สำคัญคือ ไม่มีการติดป้ายหรือคำเตือนใดๆ เพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงอันตรายจากความร้อนดังกล่าว
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผู้เสียหายเผชิญกับผลกระทบ
- มีแผลไหม้รุนแรงบริเวณริมฝีปาก และลิ้นถูกลวกจนพอง สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
- อาการบาดเจ็บทำให้เธอไม่สามารถรับประทานอาหาร ใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งไปทำงานได้ตามปกติ
- ผู้เสียหายต้องควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดด้วยตนเอง
- แพทย์ประเมินว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อบริเวณลิ้นและช่องปาก อาจกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังแบบถาวรได้
ทางฝั่งทนายความของผู้ฟ้องร้องเน้นย้ำว่า ลูกความของตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดพลาดในอุบัติเหตุครั้งนี้ และความเสียหายทั้งหมดเกิดขึ้นจากความบกพร่องของทางร้านค้าแต่เพียงผู้เดียว (ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขจำนวนเงินค่าชดเชยที่แน่ชัด)
ย้อนรอยคดีดัง “ความร้อน” ที่แลกมาด้วยการฟ้องร้อง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดชื่อดังต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จากประเด็น “อุณหภูมิอาหาร” หากย้อนกลับไปดูแฟ้มคดีในอดีต พบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายคลึงกันเกิดขึ้นหลายครั้ง
ปี 2013 (รัฐแมสซาชูเซตส์) – ผู้ปกครองของเด็กวัย 3 ขวบ ยื่นฟ้องร้องแมคโดนัลด์ หลังจากเด็กได้รับบาดเจ็บเป็นแผลไหม้ระดับสอง จากการสัมผัสเฟรนช์ฟรายส์ที่ร้อนจัด
คดีดังในรัฐฟลอริดา – ศาลเคยมีคำพิพากษาให้แมคโดนัลด์ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่เมนู “ไก่แมคนักเก็ต” ซึ่งมีอุณหภูมิสูงจัด ร่วงหล่นไปโดนขาของเด็กวัย 4 ขวบ จนทำให้เกิดแผลลวกอย่างรุนแรง
คดีล่าสุดของ แคทเธอรีน ลูอองโก จึงกลายเป็นที่จับตามองของสังคมอเมริกัน และนักกฎหมายสิทธิผู้บริโภคทั่วโลก ว่าท้ายที่สุดแล้ว ศาลจะมีคำตัดสินออกมาในทิศทางใด และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการควบคุมอุณหภูมิอาหารฟาสต์ฟู้ดในอนาคตหรือไม่?
ที่มาและภาพ : The Independent, insight korea, chatgpt



