ความเคลื่อนไหวของ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มี สส. และนักการเมืองต่างพรรค ไหลบ่าเข้าเป็นสมาชิกพรรค เริ่มถูกจับตามองจาก พรรคประชาชน (ปชน.) ที่ยกมือให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค ภท. เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 คน โดย “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ปชน. กล่าวว่า สัญญาเขียนชัดว่า ถ้ามีความพยายามจะแปลงจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นเสียงข้างมาก พรรคประชาชนจะดำเนินการ ใช้กลไกของรัฐสภา รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อล้มรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากไม่รักษาสัญญา ซึ่งหากใครติดตามอย่างใกล้ชิดก็จะรู้ เพราะหากรอให้เกิดเหตุแล้วจะไม่ทันการณ์ ดังนั้น การควบคุม รัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยการใช้เสียงฝ่ายค้านที่เกินกึ่งหนึ่งในขณะนี้ หากรอให้เขาดำเนินการเสร็จ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก การอภิปรายไม่ไว้วางใจไป ก็ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ ตามหลักคณิตศาสตร์ จึงติดตามดูว่า ความเสี่ยงจะนำไปสู่จุดนั้นหรือไม่

ขณะที่ “พรรค ภท.” อาจจะมีข้ออ้าง เป็นการตัดสินใจของ นักการเมืองต่างพรรค อยากเข้ามาสมัครเอง เพราะด้วยธรรมชาติของการเมือง มักที่จะวิ่งหาพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำรัฐบาล ในขณะที่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กระแสไม่ดีหนัก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กำลังจะเปลี่ยนแม่ทัพ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ก็มีแต่ สส.ไหลออก แต่ที่แน่ ๆ คือ พรรคที่จะก้าวเข้ามาเป็นคู่ต่อสู้ทางการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรคสีส้ม คงเป็น “พรรคสีน้ำเงิน”
ก่อนหน้านั้น “นายชุมพล จุลใส” อดีต สส.ชุมพร พร้อมด้วย นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร และนายวิชัย สุดสวาทดิ์ สส.ชุมพร พรรค รทสช. ได้พา นายนพพร อุสิทธิ์ หรือ “นายกโต้ง” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร และทีมงาน “อบจ.ชุมพร” มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ภท. โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรค ภท. ให้การต้อนรับ
ด้าน นายชุมพล กล่าวว่า จุดยืนของตนคือ การทำเพื่อประเทศไทย ไม่ได้หวังประโยชน์ส่วนตัว แต่อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า พร้อมย้ำว่า สส.พรรค รทสช. ที่มาด้วยวันนี้ มาเพื่อให้กำลังใจก่อน แต่ทีม “พลังชุมพร” มากัน ร่วมกว่า 50 ชีวิต และเวลาเราจะไปไหนก็ไปกันยกทีม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเปิดตัว กลุ่มของนายชุมพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร พรรค ปชป. เพื่อสู้ศึก การเลือกตั้งครั้งหน้า จากนั้นเตรียมทยอยเปิดตัว “บ้านใหญ่กาญจนะ” ที่นำโดยนายชุมพล กาญจนะ และนางโสภา กาญจนะ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี เข้ามาสังกัดพรรค ภท.อีก รวมถึงเตรียมทาบทาม นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ที่ดูแล สส.ตรัง 2 คนคือ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง เขต 3 พรรค ปชป. และ นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง เขต 4 พรรค ปชป. มาร่วมศึกเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย
หลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ประกาศไม่ไปต่อ ส่วน นายทวี สุระบาล สส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็น่าจะย้ายมาพรรค ภท.ด้วย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มของ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรี จากพรรค ปชป. ที่มีลูกชายคือ นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา และนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา พรรค ปชป. ก็จะย้ายมาพรรค ภท. เพื่อสู้ศึก เลือกตั้งครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม พรรค ภท. จะส่งผู้สมัครครบทุกเขต ในพื้นที่ภาคใต้ และตั้งเป้า จะได้ สส. 30 คน ขึ้นไป
ต้องรอดูการไหลเข้าเป็นสมาชิกพรรค ภท. ของ นักการเมืองค่ายต่างๆ จะทำให้แกนนำพรรค ปชน. หวาดระแวง โดยเฉพาะการแหกข้อตกลงเอ็มโอเอ เรื่องหาเสียงมาเพิ่มในรัฐบาล แต่ลึก ๆ อาจจะมองว่า พรรคสีน้ำเงินจะมาเป็นคู่แข่ง พรรคสีส้มต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ขวางไม่ให้ สส.ไหลเข้าพรรคอ้างเอ็มโอเอ

ด้าน “นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน.ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึง เสียงสนับสนุนของรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรค ภท. อาจผิดเอ็มโอเอ ว่า ตัวเลขอยู่ในหัวตลอด ตนเก่งเลขมัน 290 กว่า ตอนนี้ ถ้ามันไม่มีพรรคไหนที่แตกเป็น 30-40 เสียง มันก็เป็นไปไม่ได้ ที่เขาจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก พรรค ปชน.อยู่ที่เดิม 140 กว่าเสียง อาจจะฝากไปตั้งคำถามกับอีกพรรคหนึ่งก็ได้ ว่า จะลดจาก 132 อีก หรือไม่
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีการเช็กบิลเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีเขากระโดง และฮั้ว สว.แล้ว นายปกรณ์วุฒิ ก็ย้อนถามว่าทำอย่างไร แล้ว ครม.รักษาการทำอะไรไม่ได้เลยหรือ เรื่องเขากระโดงเห็นว่า กำลังรอคำพิพากษาจากศาลปกครอง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องปกติ คดีฮั้วสว.เราก็ติดตาม และคาดหวังว่ากระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อกังขา คดีที่ใหญ่ขนาดนี้ 4 เดือนไม่ทันอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวน ไม่รู้ว่าจะทันหรือเปล่าด้วยซ้ำ เพราะใช้เวลาหลายปีอยู่แล้ว แต่เรา ติดตามอย่างใกล้ชิด แน่นอน มีการแทรกแซงหรือไม่
“ย้ำอีกครั้ง ครม. ยังไม่ได้ถวายสัตย์ ยังเป็น ครม.เดิม คุณอนุทินยังไม่ได้เข้าถวายสัตย์แถลงนโยบาย ยังไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งการใด ๆ ดังนั้นตอนนี้ผมไม่สามารถไปกล่าวหาว่า เขาทำอะไรหรือไม่ทำอะไรได้บ้าง ต้องรอการแถลงนโยบาย” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

ส่วนการสรรหาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่เป็น คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล แม้จะมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แต่ยังถูกระบุว่า บางบุคคลมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ โดย “นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ” สส.ระยอง พรรค ปชน. แถลงกรณีโผรายชื่อ ครม. ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ในอดีตว่า พบว่ามีการเสนอชื่อบุคคล ที่ถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด เมื่อปี 2565 และมีการลงเลขรับเรียบร้อย พร้อมรายงานไต่สวนชี้มูลความผิด ซึ่งเอกสารเหล่านี้ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว โดยพฤติการณ์คือทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณโครงการและมีการจ่ายเงินทั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ มีความประพฤติทำให้ เสื่อมเสียแก่ศักดิ์ศรี และตำแหน่ง รวมถึงมีผลกระทบต่อประชาชน อย่างไรก็ตามไม่เปิดเผยว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร ถ้านายอนุทิน ไม่ปรับปรุงหรือ ตรวจสอบให้ชัดเจน ยืนยันจะตั้ง ครม.ชุดนี้ขึ้นมาให้ได้ เราจะเปิดเผยเอกสารชุดนี้ ในวันที่มีการแถลงนโยบาย
คงต้องรอดูว่า บุคคลดังกล่าวเป็นใคร มีปัญหาอย่างที่ สส. พรรค ปชน. ออกมาเปิดเผยหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นไปตามนั้น ย่อมกระทบความน่าเชื่อถือของรัฐบาล “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” ซึ่งแม้จะมีเวลาเพียงแค่ 4 เดือน ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การทุจริต ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ

ที่น่าสนใจหลัง “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ แกนนำคนสำคัญ ของพรรค พท. ออกมากล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพท.จะดึง น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ว่าท่านทำธุรกิจดีอยู่แล้ว ส่วนที่มีกระแสสังคมเชียร์ให้ทาบทาม “นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” สามี น.ส.พินทองทา มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.นั้น นายณัฐพงศ์เป็นคนสมาร์ต หล่ออยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องถามเจ้าตัว อย่างไรก็ตามหากกระแสสังคมเชียร์นายณัฐพงศ์เสียงดังมากๆ อาจจะไปเจรจาคุณแม่ และ ภรรยาของนายณัฐพงศ์ เมื่อถามถึง กรณีที่ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ได้ให้กำลังใจ สส.ในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทำให้ สส.ทุกคนรู้สึกดีมากๆ เชื่อว่า คนที่จะออกจากพรรคมีไม่เยอะ ยืนยันว่า 10 ล้านกว่าเสียงของพรรคพท. มีความมั่นคง เชื่อว่า เลือกตั้งครั้งหน้า พรรค พท.เป็นที่ 1 ไม่ก็เป็นที่ 2 ถ้าจะพลาดไปบ้างก็เป็นที่ 2

ขณะที่ “นายณัฐพงศ์” สามีของ น.ส.พินทองทา ปฏิเสธตอบคำถาม ถึงกระแสข่าวที่ตัวเองมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนต่อไปของพรรค พท. โดยเพียงแค่ยิ้มให้สื่อ และเมื่อถามต่อว่า หลังจากนี้สนใจลงเล่นการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงศ์ กล่าวสั้นๆ ว่า “ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้”
สำหรับประวัติการศึกษา “นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” จบ ปริญญาตรีสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่เดอพอล ยูนิเวอร์ซิตี้ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา
โดยปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ผู้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจของตระกูล “ชินวัตร”
ถ้าหาก “นายณัฐพงศ์” ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง ก็จะถือเป็นอีกบุคคลหนึ่ง ที่เชื่อมโยงกับคน ตระกูล “ชินวัตร” ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทาย หลังอยู่ในสภาพที่ตกต่ำ และถูกคาดหมายว่า อาจได้ สส.ต่ำกว่าร้อยคน
ทีมข่าวการเมือง



