นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และสำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท ดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพประมง กิจกรรมฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรพักชำระหนี้ กิจกรรมย่อยส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการพักชำระหนี้ โดยได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของเกษตรกรที่เป็นลูกค้ากลุ่มพักชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดชัยนาท และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวัดสิงห์ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีความต้องการให้ส่งเสริมการเลี้ยงกบนา เนื่องจาก กบนา เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ราคาดี กิโลกรัมละ 50-70 บาท และหากแปรรูปเป็นกบถอดเสื้อจะเพิ่มมูลค่าได้ถึงกิโลกรัมละ 80 บาท อีกทั้งตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ใช้เงินลงทุนไม่มาก เลี้ยงง่าย และใช้ระยะเวลาเพียง 2-3 เดือน ก็สามารถจับจำหน่ายได้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี
ขณะนี้เกษตรกรสามารถดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เป็นอย่างดี มีการจำหน่ายในตลาดภายในหมู่บ้าน ร้านอาหารในจังหวัดชัยนาท และขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ อุดรธานี สุโขทัย สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี สุพรรณบุรี และนครสวรรค์ เป็นต้น โดยเกษตรกรจะมีการติดตามสถานการณ์ด้านราคาผ่านสำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท เพื่อป้องกันการถูกกดราคา ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าโครงการฯ ดังกล่าวจะสามารถสร้างเม็ดเงินให้เกษตรกรได้ถึงกว่า 1,200,000 บาท
ด้านนายธเนตร ศรีเมือง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลหนองขุ่น อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ให้ข้อมูลว่า เดิมชาวบ้านในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง และไร่อ้อยเป็นหลัก ไม่มีรายได้เสริมอย่างอื่น จึงทำให้บางรายประสบปัญหาภาระหนี้สิน เจ้าหน้าที่กรมประมงจึงได้เข้ามาให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพประมง เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพในช่วงพักชำระหนี้ด้วยการเลี้ยงกบนา เพื่อเป็นรายได้เสริม โดยได้มอบปัจจัยการเลี้ยงต่าง ๆ เช่น ลูกพันธุ์กบ กระชัง อาหารสำหรับเลี้ยง ชุดวิเคราะห์คุณภาพน้ำและแผ่นยางรองพื้น พร้อมจัดฝึกอบรมส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกร รวมถึงเก็บข้อมูลและติดตามผลการเลี้ยงในด้านต่าง ๆ ทั้งอัตราการเจริญเติบโต รายได้จากการจำหน่าย รวมทั้งให้คำปรึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเกษตรกรสามารถจับผลผลิตออกจำหน่าย และสามารถสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี จึงอยากให้ทางกรมประมงได้สนับสนุนโครงการฯ นี้ ต่อไป พร้อมผลักดันให้เป็นอาชีพหลักของเกษตรกร เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง
นางอัมพร เขียดขำ หนึ่งในตัวแทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ บอกว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวมีอาชีพหลักจากการทำนาเพียงอย่างเดียว รายได้ไม่แน่นอน และยังต้องรับภาระหนี้สิน แต่เมื่อได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงกบนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากกรมประมง รวมถึงการอบรมความรู้ต่าง ๆ ทำให้สามารถเริ่มต้นเลี้ยงกบได้อย่างมั่นใจใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน ก็สามารถจับกบจำหน่ายได้ มีรายได้เสริมเฉลี่ยครั้งละหลายพันบาท ทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น และหวังว่าโครงการฯ นี้จะได้รับการผลักดันให้เป็นอาชีพหลักของชาวบ้านต่อไปในอนาคต เพราะนอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังเป็นอาชีพที่ทำได้จริง ไม่ต้องลงทุนสูง และมีตลาดรองรับที่ชัดเจน



