เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 68 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พีรพล เสลารัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.จันทบุรี ได้รับแจ้งจากหญิงสาวรายหนึ่ง ว่าถูกบุคคลแอบอ้างเป็นผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี โทรศัพท์และติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ หลอกให้โอนเงิน จึงเร่งสืบสวนจนทราบว่า ผู้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว คือ นายสนธยา อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดระยอง

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ระยอง ปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และสามารถจับกุมนายสนธยา ได้ เบื้องต้นตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับการเล่นพนันออนไลน์ และยอมรับว่าเสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบปากคำและดำเนินคดีในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

จากคำให้การ นายสนธยา เล่าว่า ตนถูกชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก ให้เปิดบัญชีธนาคารและจดทะเบียนซิมโทรศัพท์ เพื่อส่งต่อให้เครือข่ายใช้รับ-โอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ในประเทศกัมพูชา แลกกับค่าตอบแทนบัญชีละ 8,000-10,000 บาท โดยมีการเดินทางไปยังฝั่งกัมพูชา และถูกบังคับใช้บัญชีรับ-โอนเงินจำนวนมาก ก่อนจะกลับเข้ามาในประเทศไทย จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งฝากเตือนไปยังประชาชนว่า การเปิดบัญชีธนาคารหรือจดทะเบียนซิมโทรศัพท์เพื่อขายหรือให้ผู้อื่นใช้ มีความผิดตามกฎหมาย อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาสมคบหรือร่วมกระทำความผิดทางอาญา รวมถึง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จึงไม่ควรหลงเชื่อคำชักชวนในลักษณะดังกล่าว.