เซย์ฮายแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ผู้น่ารักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกคนนะคะ วนมาเจอกันเป็นประจำทุกสัปดาห์กับพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง และไอดอลเกาหลีที่นูน่าขนมาอัปเดตกันแบบพิเศษสุดๆ ให้กับเหล่าแฟนๆ ผู้ที่ชื่นชอบ K-Drama และ K-Pop ผ่านคอลัมน์บันเทิงสุดฮอตฮิตที่สุดในตอนนี้อย่าง “SeoulStation” และแน่นอนว่าสำหรับสัปดาห์นี้นูน่าก็ยังคงขนเอาความพิเศษมาฝากแฟนๆ ทุกคนอีกเช่นเคย โดยจะพาทุกคนมาพูดถึงมวลความสุขแบบเต็มอิ่มกับงาน “Shopee x DOYOUNG ‘Soar’ FANSIGN & EVENT” ที่ผ่านมา ซึ่งบอกได้เลยว่างานที่เกิดไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมแฟนไซน์ธรรมดาทั่วไป แต่เป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันล้ำค่าที่ “โดยอง” (DOYOUNG) ศิลปินหนุ่มมากความสามารถ และเมนโวคอลประจำวง “NCT” ได้กลับมามอบความรัก และความสุขให้กับ “NCTzen ชาวไทย” (ชื่อเรียกแฟนคลับ NCT) อีกครั้ง ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร และการมาเยือนครั้งนี้มีความหมายมากกว่าแค่การโปรโมตอัลบั้มอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าโดยองและNCTzen ชาวไทยที่ก่อร่างสร้างกันมาอย่างยาวนานด้วย

สำหรับบรรยากาศภายในงานที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความผูกพัน ถูกเนรมิตขึ้นเพื่อเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันล้ำค่า ที่ โดยอง ได้กลับมามอบความรักและความสุขให้กับ NCTzen ชาวไทย อีกครั้ง แฟน ๆ ผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานต่างมารวมตัวกันด้วยหัวใจที่พองโตและรอยยิ้มที่ไม่สามารถปิดบังได้ เสียงพูดคุยที่อื้ออึงบ่งบอกถึงความตื่นเต้นและความหวังที่จะได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่บัตรคอนเสิร์ตเดี่ยวของโดยองที่เพิ่งจัดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ถูก “จำหน่ายหมดเกลี้ยง” ทั้ง 2 รอบ ก็ทำให้งานแฟนไซน์ครั้งนี้ยิ่งทวีความพิเศษ และเปี่ยมไปด้วยความหมายมากขึ้นไปอีก
และเมื่อถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยองปรากฏตัวบนเวทีพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นและเป็นกันเองอย่างที่แฟน ๆ คุ้นเคย เขาแต่งกายในชุดที่ดูสบาย ๆ แต่ยังคงดูดีสมกับเป็นศิลปินระดับโลก ท่าทีที่ผ่อนคลายของเขาทำให้บรรยากาศที่เคยตื่นเต้นดูเป็นกันเองขึ้นทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ศิลปินคนโปรดที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในภาพลักษณ์บนเวทีที่เต็มไปด้วยพลัง แต่มาในฐานะของ “โดยอง” ผู้ชายที่พร้อมจะพูดคุยและส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้กับแฟน ๆ ของเขาอย่างแท้จริง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ความเป็นกันเองของเขาทำให้แฟน ๆ รู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดราวกับได้พูดคุยกับ “เพื่อนสนิท” ที่ไม่ได้เจอกันมานาน

และแน่นอน งานแฟนไซน์ในครั้งนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งงานที่ “นูน่าเมี้ยน” ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมด้วย ก็เลยไม่พลาดที่เก็บบทสัมภาษณ์สุดประทับใจ และความอบอุ่นของโดยองที่ได้เจอแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้งมาฝากกันด้วย นูน่าบอกได้เลยว่าบทสัมภาษณ์นี้จะพาทุกคนไปสัมผัสกับบรรยากาศที่แสนพิเศษของวันนั้น พร้อมกับการเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังการทำงาน แนวคิดในการสร้างสรรค์อัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 2 ‘Soar’ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจและความรักของโดยอง ทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะ “ผู้ชายคนหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยความฝันและความมุ่งมั่น” รวมถึงความรู้สึกที่เขามีต่อแฟนคลับชาวไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มแฟนคลับที่ให้การสนับสนุนเขามาโดยตลอด เราจะได้รู้ว่าอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาเลือกที่จะส่งต่อพลังแห่งความกล้าฝันให้กับผู้ฟังผ่านบทเพลง และอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขและมีกำลังใจในการก้าวเดินต่อไปในเส้นทางสายศิลปินที่ยาวไกลนี้ เตรียมตัวให้พร้อมเพราะบทสัมภาษณ์นี้จะทำให้คุณได้รู้จักกับเขาในมุมที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากขึ้นอย่างแน่นอน!
โดยอง : “สวัสดีครับ โดยองครับ ทุกคนสบายดีกันมั้ยครับ ขอบคุณทุก ๆ คนที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นขนาดนี้นะครับ และก็วันนี้มากันเยอะมากเลย วันนี้ก็สร้างความสุขไปด้วยกันนะครับ”
กลับมาประเทศไทยครั้งนี้ คุณจัดเต็มทั้งงานคอนเสิร์ตซึ่งบัตรจำหน่ายหมดเกลี้ยง 2 รอบ และมีงานแฟนไซน์กับแฟน ๆ ชาวไทยด้วย รู้สึกอย่างไรบ้าง?
โดยอง : “ผมรอคอยสำหรับคอนเสิร์ตนี้มาก ๆ เลยนะครับ และก็ดีใจมาก ๆ เลย เพราะผมได้ยินมาว่าเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่เดียวกับครั้งแรกของ NCT 127 ถูกมั้ยครับ ก็เลยรู้สึกมีความหมายมาก ๆ ตื่นเต้นมาก ๆ และก็ดีใจมาก ๆ ด้วยครับ”

สำหรับอัลบั้มชุดที่ 2 “Soar” ของคุณ ทำไมถึงอยากส่งต่อพลังแห่งความกล้าฝันให้กับผู้ฟังผ่านอัลบั้มนี้?
โดยอง : “ก็คือหลังจากที่ผมปล่อยอัลบั้มแรกไปนะครับ ก็มีความรู้สึก และสิ่งที่ผมเรียนรู้เยอะมาก พร้อม ๆ กับตอนที่ผมจะปล่อยอัลบั้มที่ 2 เนี่ย ผมก็มีความคิด และก็อยากจะให้กำลังใจกับทุก ๆ คนที่ฟังเพลงในอัลบั้มที่ 2 ของผมด้วย ผมก็เลยคิดว่าการที่เราให้กำลังใจในความกล้าฝัน ก็คือความฝันนั้น ๆ ของทุกคน และก็เป้าหมายนั้น มันเป็นอะไรที่มีความหมายมาก ก็เลยได้คอนเซปต์นี้มาครับ”
การแสดงออก หรือการซัพพอร์ตแบบไหนของ “NCTzen” ที่ทำให้คุณมีพลังในการก้าวเดินต่อไป?
โดยอง : “คือผมอยากจะบอกว่าทุก ๆ การแสดงออกของแฟน ๆ ทำให้ผมรู้สึกถึงความรักของทุกคนได้ดีมาก ๆ เลย อย่างเช่น ทุกครั้งที่ผมมาประเทศไทยทุกคนก็จะต้อนรับกันอย่างอบอุ่นมาก ๆ และมารอต้อนรับกันเยอะมาก ๆ แบบนี้ด้วย และเวลาที่ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเนี่ย ทุกคนก็จะส่งเสียงกรี๊ดดัง ๆ และก็ส่งเสียงเชียร์ ร้องแฟนชานท์ก็คือดังมาก และก็ให้กำลังใจกันเยอะด้วย และจะบอกว่าภาษาที่เราใช้อาจจะไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนก็ตั้งใจเรียนภาษาเกาหลีเพื่อที่จะมาสื่อสารกับผมด้วย ผมทราบมาว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นทุก ๆ การแสดงออกของแฟน ๆ ก็เลยทำให้ผมรู้สึกถึงความรักของทุกคน (แฟน ๆ ส่งเสียงกรี๊ด) ขอบคุณครับ สุดยอด (ภาษาไทย)”
นอกจากพาร์ทดนตรี ช่วงนี้คุณมีกิจกรรม หรือสิ่งเล็ก ๆ อะไรในชีวิตประจำวัน ที่ช่วยให้ตัวคุณมีกำลังใจเดินตามฝันต่อ?
โดยอง : “คือถ้าสำหรับเพื่อตัวผมเองนะครับ ผมก็เลือกที่จะนอนให้เต็มอิ่ม เวลาที่มีเวลาว่าง หรือมีวันหยุด ผมก็จะพักผ่อนให้เต็มที่เลยครับ (หัวเราะ)”

ตั้งแต่วันแรกที่เตรียมอัลบั้มชุดที่ 2 จนถึงวันนี้ มีความทรงจำเรื่องไหนที่จะไม่มีวันลืมบ้างมั้ย?
โดยอง : “(คิด มองขึ้นข้างบนแล้วก็โบกมือ) (อยากรู้เลยว่ามีอะไรอยู่บนนั้น?) พอดีมองไปผมเห็นตุ๊กตาโดกุงปัง (ตุ๊กตาคาแรคเตอร์ของโดยอง) 2 ตัวอยู่ตรงนู้นอ่ะครับ คือผมที่จำได้ก็คือตอนที่จะต้องมาตัดสินใจเลือกชื่อของอัลบั้มนี้ เพราะมันใช้เวลานานมากกว่าที่คิด (กว่าจะมาเป็น Soar ใช่ไหม?) เพราะว่ามันต้องมีหลายคีย์เวิร์ดไงครับ การโบยบิน กล้าที่จะก้าวต่อ และก็ความฝันอะไรแบบนี้ คือมันต้องเป็นคำที่แบบชัดเจนมาก ๆ ใช่มาก ๆ ด้วยไงครับ”
ความฝันสูงสุดของคุณ ณ ตอนนี้คืออะไร?
โดยอง : “ความฝันที่สูงที่สุด? (คิด) ผมคิดว่าความฝันของผม ณ ตอนนี้ ที่ใหญ่ที่สุด ที่สูงที่สุดก็คือทำงานตามตารางงานให้ดีที่สุด ด้วยเอเนอร์จีที่ดีครับ”
คุณเดินทางมาประเทศไทยหลายครั้งแล้ว มีอะไรที่รู้สึกเซอร์ไพรส์หรือตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นหรือได้เจอบ้างมั้ย?
โดยอง : “ผมรู้นะครับว่าต้องตอบว่าชีจือนี่ (NCTzen) ชาวไทย (หัวเราะ) แน่นอนว่าต้องเป็นชีจือนี่ชาวไทยแหละครับ แต่ก็คือจะบอกว่าผมและเมมเบอร์ทุก ๆ คน รักอาหารไทยมาก ๆ ชอบอาหารไทยมาก ๆ คือนอกจากประเทศเกาหลี เวลาที่เดินทางไปต่างประเทศ ถ้าสมมติว่ามีอาหารไทย หรือร้านอาหารไทย เห็นภาพเห็นเมนูปุ๊บ ผมก็จะรู้แล้วว่าอันนี้เมนูนี้ชื่ออะไร ก็คือทราบชื่อเมนูอาหารไทยได้ดีด้วย และก็จะรู้สึกได้ว่าน่าจะอร่อย ก็คือชอบอาหารไทยมาก ๆ(ชอบอาหารไทยอันดับสอง อันดับหนึ่งคือ NCTzen ชาวไทย?) ครับ!”

ถ้ามีประตูที่พาคุณไปไหนก็ได้ คุณอยากเปิดประตูนั้นไปที่ไหน เพราะอะไร?
โดยอง : “แล้วเรากำหนดเวลาที่จะเปิดประตูไปได้ด้วยมั้ยครับ (ไปได้เลย ไม่จำกัด) ผมทราบนะครับว่าต้องตอบว่าประเทศไทย (ยิ้ม) แล้วคือเรากลับมาด้วยได้ใช่ไหมครับ? (ใช่) ผมอยากไปนั่งดูคอนเสิร์ตของพวกเรา NCT127 ในประเทศไทยนะครับทุกคน เพราะไม่เคยนั่งดู แบบไม่เคยนั่งดูด้วยตาเนื้อไงครับ ก็เลยอยากจะนั่งดูคอนเสิร์ตของพวกเรา (ว่ามันดีขนาดไหนใช่ไหม?) ใช่ครับ”
อัปเดตทักษะภาษาไทยของคุณสักหน่อย คุณได้เรียนรู้คำภาษาไทยใหม่ ๆ มาบ้างมั้ย?
โดยอง : “เป็นคำใหม่ที่เรียนมาครับ รักโดยองนาน ๆ นะครับ (ภาษาไทย) รักโดยองนาน ๆ นะค้าบบ (พูดอีกครั้ง) (แฟนคลับ : ค่าา) ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)”

คุณอยากฝากข้อความถึง NCTzen ชาวไทยที่มีคุณอยู่ในความทรงจำเสมอมา รวมถึงแผนงานในอนาคตที่จะเกิดขึ้น?
โดยอง : “ก่อนอื่นเลยผมอยากจะขอบคุณทุกคนอีกครั้งหนึ่งนะครับ การที่ผมได้มีโอกาสกลับมาที่ประเทศไทย พร้อม ๆ กับคอนเสิร์ต และก็ได้มีโอกาสเจอทุกคนแบบนี้ คือจะบอกว่าถ้าไม่ได้มีความรัก ถ้าไม่ได้มีทุก ๆ คนแบบนี้ ผมคงไม่ได้มีโอกาสมาเจอทุกคนอีกแบบนี้เลยครับ สำหรับคอนเสิร์ตทั้ง 2 วัน ก็คือวันเสาร์และวันอาทิตย์ เป็นคอนเสิร์ตที่มีความหมายมาก ๆ และก็พิเศษมาก ๆ สำหรับผม เพราะว่าอาจจะบอกไปเมื่อกี้แล้วนะครับ เป็นสถานที่เดียวกันกับที่พวกเรา NCT127 เคยจัดคอนเสิร์ตด้วยนะครับ เรามาสร้างความประทับใจด้วยกันนะครับ และผมจะบอกว่าภาษาจะไม่ได้เป็นอุปสรรคในคอนเสิร์ตของผมเลย เพราะว่าทุก ๆ คนจะซาบซึ้งและประทับใจไปพร้อม ๆ กับเพลงของผมด้วยนะครับ และก็ผมจะต้องตั้งใจเตรียมคอนเสิร์ตอังกอร์ที่กำลังจะจัดขึ้นด้วยนะครับ จะบอกว่าอาจจะมีความแตกต่างเยอะนะครับ ถ้าใครอยากรู้ เชิญมาได้เลยนะครับ (หัวเราะ)”

นูน่าบอกได้เลยว่าสำหรับงานแฟนไซน์ และงานคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงดนตรี แต่คือ “บทสรุปอันงดงาม” ที่ “โดยอง” ตั้งใจมอบให้กับ “NCTzen ชาวไทย” ก่อนที่จะถึงช่วงเวลาสำคัญในการ “ทำหน้าที่รับใช้ชาติ” และมันก็มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นโอกาสที่แฟนๆ ชาวไทยจะได้พบกับโดยองบนเวทีในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบก่อนการพักกิจกรรมชั่วคราว
แม้ว่าหลังจากนี้โดยองอาจจะไม่ได้ปรากฏตัวบนเวทีในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ความฝันที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นผ่านบทเพลงและความผูกพันที่เขามอบให้แฟนๆ จะยังคง “อยู่เป็นกำลังใจ” ให้กับทุกคนที่รอคอยการกลับมาของเขา งานที่ประเทศไทยครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เขาได้ทำตามความฝันของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าสำหรับเหล่าแฟนๆ ชาวไทยที่จะถูกเก็บไว้ในใจตลอดช่วงเวลาที่เขาไปทำหน้าที่รับใช้ชาติ เพราะ “ความรักระหว่างโดยองและ NCTzen ชาวไทย” นั้นแข็งแกร่งเกินกว่า “ระยะทาง” และ “เวลา” จะมาพรากจากกันได้ และเมื่อประตูบานนี้ “ปิดลง” ประตูอีกบานก็จะ “เปิดขึ้น” พร้อมกับ “เรื่องราวบทใหม่” ที่รอให้พวกโดยองกลับมาสร้างร่วมกันอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้!.
คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”



