สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร จัดตั้งโครงการ “ทรัมป์ โกลด์ การ์ด” หรือ “บัตรทองทรัมป์” เพื่อดึงดูดบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในการได้รับสิทธิพำนักถาวรในสหรัฐ
บัตรดังกล่าวมีภาพเหมือนของทรัมป์ เทพีเสรีภาพ และธงชาติสหรัฐ อยู่พื้นหลังสีทอง พร้อมข้อความ “ทรัมป์ โกลด์ การ์ด” และลายเซ็นของผู้นำสหรัฐ ประทับอยู่อย่างเด่นชัด
NEW: Trump signs an executive order creating a “Gold Card” visa program, which will offer expedited visas for qualifying, highly skilled foreigners who pay $1,000,000. pic.twitter.com/YAvhTt9w5o
— Fox News (@FoxNews) September 19, 2025
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า บุคคลทั่วไปที่มีคุณสมบัติ สามารถซื้อบัตรดังกล่าวได้ในราคา 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31.83 ล้านบาท) ส่วนบริษัทจะสามารถซื้อบัตรเดียวกันนี้ได้ในราคา 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 63.67 ล้านบาท)

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศแห่งนี้มีผู้อพยพผิดกฎหมายหลั่งไหลเข้ามาอย่างมากมาย ขณะที่ระบบการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐล่มสลาย และตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่ชาวอเมริกันและผู้เสียภาษีชาวอเมริกันจะได้รับผลประโยชน์ จากระบบการอพยพที่ถูกกฎหมายอย่างแท้จริง
ทรัมป์กล่าวว่า รายได้จากการจำหน่ายบัตรทองนี้ อาจสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.18 ล้านล้านบาท) ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และเงินที่ได้มาจะเข้าสู่คลังของรัฐ เพื่อนำไปใช้ลดภาษี ส่งเสริมโครงการการเติบโตและพัฒนา และการชำระหนี้
ตามข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ trumpcard.gov บุคคลที่สนใจสมัครต้องยื่นเอกสารตามที่กำหนด และชำระค่าธรรมเนียมดำเนินการ “ซึ่งไม่สามารถขอคืนได้” หลังจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ “จะดำเนินการตรวจสอบแบบเร่งด่วน”
หากได้รับการอนุมัติ ผู้ถือโกลด์การ์ดจะสามารถใช้งานบัตรดังกล่าวได้ในทั้ง 50 รัฐ และดินแดนโพ้นทะเลของสหรัฐ ในฐานะผู้พำนักถาวรที่ถูกกฎหมาย ภายใต้วีซ่า “อีบี-1” (EB-1) หรือ “อีบี-2” (EB-2)
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐมีอำนาจในการระงับหรือเพิกถอนสถานะโกลด์การ์ด “ได้ตลอดเวลา” หากตรวจพบในภายหลัง ว่าบุคคลนั้นกระทำการเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ.
เครดิตภาพ : AFP



