สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่า การประชุมนี้มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีและความร่วมมือทางอุตสาหกรรม ระหว่างเมืองหนานหนิงกับกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเขียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รวมถึงเมืองและจังหวัดในประเทศที่เข้าร่วมแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) เพื่อแบ่งปันโอกาสความร่วมมือในยุคปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ผ่านการจับคู่ความต้องการใช้งานกับโซลูชันที่มีอยู่


นายหวงจงฮุย ประธานบริษัท หนานหนิง เรล ทรานซิต อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด (เอ็นเอ็นอาร์ที) กล่าวถึงการนำเสนอระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะที่สอดคล้องกับแนวคิดรวมระบบขนส่งสาธารณะและขนส่งเอกชนไว้ในแพลตฟอร์มเดียว (Mobility-as-a-Service : MaaS) ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันใช้รถสองแถวเป็นหลักในระบบขนส่งสาธารณะ

การประชุมแลกเปลี่ยนระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-ฮานอย และกลุ่มเมืองพันธมิตรหนานหนิง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ที่เมืองหนานหนิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน


จังหวัดขอนแก่นตั้งเป้าหมายยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งในพื้นที่ และความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชน รวมถึงก่อสร้างเมืองอัจฉริยะและระบบขนส่งอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวช่วย ซึ่งหนานหนิง เรล ทรานซิต มุ่งนำเสนอแพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลและระบบชำระเงินของการเดินทางหลายรูปแบบ ทั้งรถบัส รถสองแถว และรถแท็กซี่

หวงคาดการณ์ว่า โครงการบูรณาการระบบขนส่งสาธารณะในขอนแก่นจะบรรลุ 3 เป้าหมายหลักภายในหนึ่งปีหลังจากเริ่มต้นดำเนินงาน ได้แก่ การเชื่อมโยงเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางในเขตเมืองที่มีอยู่เดิมและวางแผนใหม่ รวมถึงทำงานร่วมกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ฮัลโหล ผู่ฮุ่ย เทคโนโลยี จำกัด เพื่อการบริการสกูตเตอร์ไฟฟ้าแชร์ใช้


นอกจากนั้น จังหวัดขอนแก่นจะตอบสนองความต้องการการเดินทางข้ามจังหวัด ของประชาชนและนักท่องเที่ยว ด้วยการประสานบริการรถตู้โดยสารที่วิ่งระยะสั้นระหว่างเมืองเข้าสู่ระบบ MaaS พร้อมกับเตรียมรับเทคโนโลยีสำหรับระบบขนส่งทางราง สถานีรถไฟความเร็วสูง และรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์สู่สนามบิน ซึ่งอยู่ระหว่างวางแผน


ระบบ MaaS แบบแบ่งสามระดับของจังหวัดขอนแก่น ยังจะดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีเอไอเป็นผู้ช่วย ซึ่งจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่บูรณาการการวางแผนการเดินทาง การสแกนรหัสคิวอาร์ และการบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง


ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชันดังกล่าวจะขยายบริการชำระเงินให้ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารไม่ต่ำกว่า 30 แห่งในระยะแรก ต่อจากนั้น จะทยอยขยายไปยังร้านค้าและหน่วยบริการทางการแพทย์ เพื่อการบริการที่ครอบคลุม “การเดินทาง+การใช้ชีวิต” แบบครบวงจร ซึ่งจะยกระดับประสิทธิภาพของระบบ MaaS ยิ่งขึ้น.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA