สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงคลื่นความร้อนถูกประเมินต่ำเกินไป เนื่องจากสาเหตุการเสียชีวิตที่บันทึกไว้ในโรงพยาบาลมักเป็นปัญหาด้านหัวใจ ระบบหายใจ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น

ทีมนักวิจัยได้ใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศเพื่อประเมินว่า ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยใน 854 เมืองในยุโรประหว่างเดือนมิ.ย. – ส.ค. ร้อนขึ้น 2.2 องศาเซลเซียส ซึ่งบ่งชี้ว่า อาจส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น โดยมีการประเมินว่า จะมีการตายส่วนเกินประมาณ 24,400 รายในช่วงเวลาดังกล่าว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้โลกอุ่นขึ้น 1.3 องศาเซลเซียส

การศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ของอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และนักระบาดวิทยาจากวิทยาลัยอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนแห่งลอนดอน พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในฤดูร้อนนี้

ผลการศึกษาระบุว่า กรุงโรมของอิตาลีมีผู้เสียชีวิตจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 835 ราย ตามมาด้วยกรุงเอเธนส์ของกรีกอย่างน้อย 630 ราย และกรุงปารีสของฝรั่งเศสอย่างน้อย 409 ราย ซึ่งในจำนวนที่คาดการณ์นี้ 85% มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเน้นย้ำว่า การศึกษานี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงยุโรปทั้งหมด เนื่องจากบางพื้นที่ เช่น คาบสมุทรบอลข่าน ไม่ได้รวมอยู่ในการศึกษานี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเขาเตือนว่า อุณหภูมิของคลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้นเพียง 2-4 องศาเซลเซียส อาจสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นกับความตายของผู้คนหลายพันราย.

เครดิตภาพ : AFP