สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่านางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเกี่ยวกับการเรียกค่าธรรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3.18 ล้านบาท ) กับผู้สมัครวีซ่าในโครงการแรงงานทักษะสูง หรือ เอช-1บี ว่าเป็น “ค่าธรรมเนียมที่จ่ายครั้งเดียว” หมายความว่า “ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมรายปี” ตามที่นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รมว.กระทรวงพาณิชย์ ประกาศก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน ค่าธรรมเนียมดังกล่าวซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. จะครอบคลุมเฉพาะกับผู้ยื่นขอวีซ่าใหม่เท่านั้น โดยจะไม่มีผลกับผู้ต่ออายุวีซ่า และผู้ที่ถือวีซ่าเอช-1บี อยู่แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ประกอบการหันมาจ้างแรงงานชาวอเมริกันมากขึ้น
To be clear:
— Karoline Leavitt (@PressSec) September 20, 2025
1.) This is NOT an annual fee. It’s a one-time fee that applies only to the petition.
2.) Those who already hold H-1B visas and are currently outside of the country right now will NOT be charged $100,000 to re-enter.
H-1B visa holders can leave and re-enter the…
เนื่องจากการจ่ายค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ ซึ่งเพิ่มจากอัตราเดิมซึ่งอยู่ที่ราว 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 31,834.49 บาท ) ทำให้แต่ละบริษัทต้องพิจารณาแล้วว่า “สมควร” จ่ายเงินมหาศาลนี้ ให้แก่บุคคลซึ่งจะจ้างให้มาทำงานในสหรัฐหรือไม่
ปัจจุบัน สหรัฐอนุมัติวีซ่าเอช-1บี ให้กับแรงงานต่างชาติทักษะสูงในสาขาเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ราวปีละประมาณ 85,000 คน โดย 70% ของผู้ได้รับวีซ่าเป็นชาวอินเดีย ปฏิกิริยาในเรื่องนี้จึงมาจากอินเดียมากที่สุด ซึ่งตอนนี้เผชิญกับอัตราภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐสูงถึง 50% ด้วย จากการยังคงซื้อน้ำมันรัสเซีย
.@POTUS signs a Proclamation to restrict the entry of certain H-1B aliens into the U.S. as nonimmigrant workers, requiring a $100,000 payment to accompany or supplement H-1B petitions for new applications.
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) September 19, 2025
AMERICA FIRST! pic.twitter.com/AzAUJzXawV
กระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์ ว่ามาตรการใหม่ของสหรัฐซึ่งประกาศอย่างกระชั้นชิด “จะส่งผลกระทบด้านมนุษยธรรม” เนื่องจากจะทำให้ครอบครัวของแรงงานเหล่านี้ “ได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิต” รัฐบาลนิวเดลีจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลวอชิงตันจะจัดการเรื่องนี้ “ด้วยความเหมาะสม” และย้ำว่า การแลกเปลี่ยนแรงงานทักษะสูงเป็นผลประโยชน์ระหว่างทั้งสองประเทศมาตลอด
ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งขอความร่วมมือ ให้พนักงานซึ่งถือวีซ่าเอช-1บี อย่าเพิ่งเดินทางออกนอกประเทศในเวลานี้ ส่วนผู้ที่กำลังอยู่นอกสหรัฐ ให้ชะลอการเดินทางกลับออกไปก่อน.
เครดิตภาพ : AFP



