สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่านางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐกับจีน เกี่ยวกับการที่บริษัทไบต์แดนซ์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง เตรียมขายกิจการของติ๊กต็อกในอเมริกา ว่าบอร์ดบริหารของติ๊กต็อกสหรัฐในอนาคต จะมี 7 ที่นั่ง โดย 6 ที่นั่งต้องเป็นผู้บริหารขาวอเมริกัน
ขณะที่การจัดการข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในสหรัฐ จะอยู่ภายใต้การดูแลโดยบริษัทออราเคิล ของนายแลร์รี เอลลิสัน หนึ่งในบุคคลร่ำรวยที่สุดของโลก และเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางการเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อย่างไรก็ตาม เลวิตต์ย้ำว่า ข้อตกลงเหล่านี้จะมีผลได้ “เมื่อมีการลงนามเท่านั้น”
“This deal means TikTok will be majority-owned by Americans.”
— Fox News (@FoxNews) September 20, 2025
White House Press Secretary Karoline Leavitt revealed new details about TikTok’s future on "Saturday Morning in America" — including who will control the app’s algorithm. pic.twitter.com/kMQPQ1uQhh
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ขยายการมอบระยะเวลาผ่อนผันแก่แอปพลิเคชันติ๊กต็อกอีกอย่างน้อย 90 วัน ให้สามารถออนไลน์ในประเทศได้ต่อไป จนถึงวันที่ 17 ธ.ค. นี้ “เป็นอย่างน้อย” ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ซึ่งทรัมป์ต่อเวลาให้แก่ติ๊กต็อก ในการหาผู้ซื้อกิจการซึ่งไม่ใช่ชาวจีน นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐเป็นสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ปีนี้
ด้านทรัมป์ยืนยันหลังการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลปักกิ่ง “เห็นชอบ” กับข้อตกลงซื้อขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐ แต่ปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ส่วนแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีน เกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ ในประเด็นเกี่ยวกับติ๊กต็อก ย้ำว่าจีนมีจุดยืนที่ชัดเจน ในการเคารพเจตจำนงของภาคธุรกิจ และยินดีให้ผู้ประกอบการดำเนินการเจรจาทางธุรกิจโดยยึดตามกฎของตลาด เพื่อหาทางออกที่สร้างสมดุลแห่งผลประโยชน์ และเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของจีน
ดังนั้น จีนจึงหวังว่า สหรัฐจะจัดหาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปิดกว้าง ยุติธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ สำหรับบริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในอเมริกา.
เครดิตภาพ : AFP



