สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ว่าสำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐเผยแพร่รายงาน ว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่ง เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่อัตราการว่างงานขยับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 4.2% จาก 4.3% ในเดือนพ.ค.
สถิติดังกล่าวในสายตาของนักวิเคราะห์ ถือเป็นเดือนที่มีการจ้างงานล่าช้าและซบเซาที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงานอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน เหล่านักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า การลดลงนี้ไม่ใช่การที่คนได้งานทำมากขึ้น แต่เป็นเพราะ “คนจำนวนมากถอดใจและเลิกหางานทำไปเลย” จนหลุดออกจากระบบคำนวณกำลังแรงงาน ซึ่งทำให้อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุด นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564
US job growth slowed more than expected in June and data for the prior month was revised lower, but the unemployment rate fell to 4.2%, pointing to continued labor market stability https://t.co/F9Lh740pbb
— Reuters (@Reuters) July 2, 2026
อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นสัญญาณเตือนด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจคือ การเติบโตของค่าจ้าง ยังคงช้ากว่าอัตราเงินเฟ้อต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ รายงานยังระบุข้อมูลที่น่าประหลาดใจว่า ภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว กลับมีการเลิกจ้างหรือสูญเสียตำแหน่งงานไปถึง 61,000 ตำแหน่ง ในเดือนมิ.ย. ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังก่อนหน้านี้ว่าเทศกาลและกิจกรรมสำคัญระดับโลก โดยเฉพาะการที่สหรัฐร่วมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานในอุตสาหกรรมให้คึกคักขึ้น
ตัวเลขการจ้างงานที่ลดลงอย่างฮวบฮาบเช่นนี้ สร้างความกังวลให้กับตลาดทุนและเพิ่มแรงกดดันต่อทั้งนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล และการตัดสินใจเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด ) ในระยะต่อไป ว่าจะต้องปรับลดดอกเบี้ยลงเร็วกว่าเดิม เพื่อประคองเศรษฐกิจไม่ให้เข้าสู่ภาวะถดถอยหรือไม่.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



