เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีรำลึกครบรอบ 19 ปีรัฐประหารในวันที่ 19 ก.ย. ว่า การทำรัฐประหารปี 2549 ที่อาศัยข้ออ้างการแก้ปัญหาระบอบทักษิณ ทำลายล้างพรรคไทยรักไทย ทำลายความต่อเนื่องทางการเมือง เป็นการบั่นทอนโอกาสการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทยอย่างมหาศาล
นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งด้วยเสียงของประชาชน 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากันถูกทำลายลงไปกับการฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่เคารพเสียงประชาชน แล้วเขียนกติกาใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองแบบวนลูป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรรคเพื่อไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีกกับสังคมไทย และโอกาสนี้จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถปลดล็อกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นให้ได้ในที่สุด
นายชนินทร์ ยังกล่าวถึงการเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ว่าด้วยการจัดให้มีกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ โดยทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนได้เสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 เพื่อเปิดช่องทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งสองพรรคมีความคิดเห็นร่วมกันว่าจะต้องเพิ่มเติมแนวทางเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และในส่วนของพรรคเพื่อไทยเองก็ได้มีการจัดเตรียมร่างดังกล่าวไว้แล้ว พร้อมที่จะเข้าชื่อเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป
นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า แต่ที่ยังไม่ชัดเจนคือ การเสนอแนวทางของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งยังไม่ได้มีการส่งตัวแทนหรือข้อเสนอของพรรคเข้ามาเพื่อพิจารณา แม้ทางนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนได้ชี้แจงแทนว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยติดภารกิจไม่สามารถร่วมประชุมได้นั้น
นายชนินทร์ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องไปยังพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนพรรคประชาชน ว่าควรเร่งรัดให้พรรคแกนนำรัฐบาลกระตือรือร้นออกแบบแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยเร็ว เพราะถ้ายืดเยื้อออกไปอีกอาจจะไม่ทันกรอบระยะเวลา 4 เดือน ตาม MOA ที่ทั้ง 2 พรรครับปากกับพี่น้องประชาชนไว้
นายชนินทร์ กล่าวว่า อีกทั้งเงื่อนไขสำคัญของการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญคือจะต้องได้เสียง สว. 1 ใน 3 มาร่วมเห็นชอบด้วย ก็หวังว่าพรรค ปชน. ในฐานะผู้ร่วมรับรองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน จะสามารถเจรจากับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้กำกับ สว. ที่พรรคประชาชน เรียกว่าเป็น สว.สีน้ำเงิน ให้แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการเปิดทางให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ด้วย



