เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 68 ที่ สำนักงานเทศบาล ต.โพธิ์กระสัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมแกนนำ อาทิ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย และ 18 สส.ในพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาช่วย น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล หรือ “ครูอีฟ” ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 5 พรรคภูมิใจไทย หาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส. ลงสมัครในศึกเลือกตั้งซ่อม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 ก.ย.นี้
จากนั้นนายอนุทิน ขึ้นปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า จำกันได้หรือไม่ เคยมาเมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และทุกครั้งที่มาก็มีแต่ความอบอุ่น ก่อนบอกว่าที่จริง น.ส.จินณ์ตวรรณ ต้องเข้าทำงานในสภาตั้งแต่เดือน ส.ค. วันนี้ไม่ควรมาหาซึ่งวันนี้ไม่ควรที่จะต้องหาเสียง แต่ควรจะต้องมาขอบคุณแทน ซึ่งครั้งที่แล้วมาเป็น สส.ธรรมดา แต่วันนี้มาเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชาวศรีสะเกษให้ความไว้วางใจ

นายอนุทิน ยังได้กล่าวแซวว่า ตอนที่เดินทางมาถึง ชาวบ้านเข้ามาจับมือจนน้ำตาไหล แต่ไม่ใช่ดีใจอย่างเดียว แต่น้ำตาไหล เพราะนิ้วซ้น เนื่องจากชาวบ้านบีบมือซะแน่นเลย
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ เราจะมี สส.คนใหม่ที่ชื่อ จินณ์ตวรรณ ซึ่งเมื่อก่อนและทุกคนเรียก “ครูอีฟ” ตนก็บอกว่า เค้าเป็นลูกเป็นหลานไม่ให้เรียก “ครู” ให้เรียก “อีอีฟ นังอีฟ ไอ้อีฟ หรือลูกอีฟ” ซึ่งเรากำลังจะมีคนที่ซื่อสัตย์และภักดีกับพวกเรา ไปทำงานในสภาแทน เพื่อให้ทุกคนมีความมั่นใจว่าพวกตนจะรับใช้ชาวศรีสะเกษทั้งหมดและชาวไทยทั้งหมดอย่างเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนมาที่เวทีนี้หลายครั้งแล้ว แต่พี่น้องยังไม่ให้ สส. ตนเลยสักครั้ง ครั้งนี้ขอให้ไข่แตกเลยได้ไหม “นายกฯ ขอนะได้หรือเปล่า สัญญาแล้วนะ บ่ตั๊ว บ่จุ๊นะ”
นายอนุทิน กล่าวถึงเรื่องการเปิดด่าน ว่า วันนี้มีปัญหามากมายพวกเราอยากให้เปิดด่านหรือปิดด่าน ก่อนจะถามชาวบ้านว่ามีใครอยากให้เปิดด่านยกมือ ก่อนจะพูดแซวว่า “อุ๊ยตาย…แบบนี้ใครจะให้เปิดเล่า” เพราะชาวบ้านไม่มีใครยกมือเลย ก่อนบอกต่อว่า ขนาดชาวขุนหาญ-ชาวภูสิงห์ ยังบอกให้ปิดด่าน แล้วชาวไทยทั้งประเทศก็บอกให้ปิดด่าน
“สุนัขตัวไหนจะกล้าเปิด อย่าว่าแต่สุนัขไม่กล้าเปิดเลย หนูยิ่งไม่กล้าเปิดใหญ่เลย ผมคนไทยนะครับ ผมนายกฯ ของพวกท่านครับ ไม่ใช่นายกฯ ของเพื่อนบ้าน ไม่ใช่นายกฯ กัมพูชา” นายอนุทิน กล่าว

จากนั้น นายอนุทิน ได้เปิดตัวรัฐมนตรี โดยให้เดินมาอยู่หน้าเวที พร้อมแนะนำตัวทีละคน อาทิ นายโสภณ ซารัมย์ บอกว่าเป็นพี่ใหญ่ของตนอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ก็เป็นคนของพวกเราที่จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ คนนี้มาคราวที่แล้วจำได้ไหมเป็นขี้ข้าคนไทย เป็นขี้ข้าของศรีสะเกษ เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย น.ส.จินณ์ตวรรณ คนนี้ไม่ต้องบอก เป็น สส.ของศรีสะเกษ นายภราดร ปริศนานันทกุล เขาหล่อกว่า เขาเด็กกว่า แต่ปัญญาไม่เด็ก เขามาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตนไปไหนเขาไปด้วย ดูแลด้านสำนักงบประมาณ เพราะไปที่ไหนพี่น้องเดือดร้อนที่ไหน เค้าจะเป็นคนแรกที่ทำให้พี่น้องหายเดือดร้อน จากนั้น นายอนุทิน ยังแนะนำตัว 18 สส. พรรคภูมิใจไทย

ช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ยังแนะนำ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่า “นี่คือสุดยอดดวงใจของผม ทำงานแทนผม หัวใจคนศรีสะเกษ” ก่อนบอกว่า คนนี้มีวลีเด็ด “ถ้าอีนั่นเป็นได้ อีนี่ก็เป็นได้ นี่ไงครับ นี่คืออีนี่ ของคนศรีสะเกษ ช่วงนี้ขอขโมยตัวจากพี่น้องชาวศรีสะเกษ เพราะผมทำหน้าที่นายกฯ แล้ว ขอเอาคนศรีสะเกษมาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีโอเคไหม” เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวศรีสะเกษเห็นหรือยังว่า “ภูมิใจไทยพูดแล้วทำ เว่าแล้วเฮ็ด”
ต่อมายังแนะนำ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ว่า “เป็นคนที่จะเป็นกระบอกเสียง เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นพวกชอบปิดทองหลังพระ ชอบทำงานอยู่ข้างหลัง ผมทำงานกับเขา สั่งงานกับโต้ง สั่งอะไรไป สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ทำตามผมทุกอย่าง ทุกครั้งโต้งจะตะโกนกลับมาว่าเสร็จแล้วครับท่าน สิ่งที่ยากที่สุดคือหาตัวไม่ค่อยเจอ โทรฯ ทีก็ต้องโทรฯ กลับ แต่เขาคือคนคุณภาพของคนศรีสะเกษ”

นายอนุทิน บอกว่า ที่พามานี่ดีนะยังไม่ถึง 1 ใน 5 ของพรรคที่มีอยู่ แต่มาวันนี้เพื่อมาพบกับพ่อแม่พี่น้อง ให้เกิดความมั่นใจว่า หลังจากนี้สภาเหลือ 4 เดือน เพราะเรามีสัญญาไว้กับทุกคนว่าเราจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ และมั่นใจว่าคนศรีสะเกษรักเรา ขอให้พี่น้องชาวศรีสะเกษจุดประกายไฟเขต 5 ให้ภูมิใจไทย ปีหน้าเลือกตั้งใหม่ขอยก จ.ศรีสะเกษ พวกเราจะได้ทำให้ฝันของพี่น้องเป็นจริงทุกอย่าง

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ปิดด่านชายแดน ราคามันสำปะหลังขึ้น คราวที่แล้วที่มาเปิดๆ ปิดๆ มันสำปะหลังราคาตกเหลือ 80 สตางค์ วันนี้พอพวกตนเข้ามาทำงานบอกว่าเรื่องทหารให้ทหารว่าไป ทหารก็บอกว่าไม่เปิดด่าน คนไทยยังไม่ให้เปิดด่าน พี่น้องยังไม่ให้เปิดด่าน เพราะฉะนั้นต้องปิดด่าน ซึ่งตอนนี้ราคามันสำปะหลังก็ขึ้นไปถึง 2 บาทกว่า เพราะถ้าเปิดด่านจะมีคนลักลอบเอาสินค้าพืชผลทางการเกษตรจากนอกประเทศเข้ามา ราคาพืชผลทางการเกษตรก็จะตกต่ำ
“ผมว่ามันต้องมีเอื้อนายทุนพวกเจ้าของโรงแป้งมันถูกไหม เพราะเขาจะได้ซื้อมันถูก แต่ราคาแป้งไม่ได้ลดลง เราก็ยังซื้อแพงเหมือนเดิม เราต้องปิดด่านต่อไป ประโยชน์จะเกิดขึ้นกับใคร นอกจากพี่น้องประชาชนทุกคน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนหลังจากที่เข้าไปทำงานแล้ว จะเป็นเวลาเหมาะกันพอดี หากพี่น้องเลือก น.ส.จินณ์ตวรรณ เข้าไปเป็น สส. ตรงกับพวกตนเข้าไปทำงาน เป็นรัฐบาล โครงการ “คนละครึ่ง” ก็กลับมาภายใน 1 เดือน เป็นนโยบายที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ รัฐบาลมีเวลาไม่นาน จึงจะต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาก็ต้องแก้ไข ปัญหาพืชผลทางการเกษตร ปัญหายาเสพติดไม่ต้องห่วง
“พวกผมเป็นตำรวจ ผมไปดูมหาดไทย ไปดูความมั่นคงก็จะเร่งปราบปรามปัญหายาเสพติดให้เต็มที่ เรื่องของเศรษฐกิจ โครงการคนละครึ่ง หากใครเสียภาษีก็จะได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 60:40 แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีก็ยังได้คนละครึ่งเหมือนเดิม เป็น 50:50 จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีการอุดหนุน ดูแลกันเอง เศรษฐกิจก็จะเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่ผมให้ความมั่นใจกับพี่น้องว่า เราจะเข้าไปทำ ภูมิใจไทยพูดแล้วทำอยู่แล้ว” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวย้ำในช่วงท้ายบนเวทีปราศรัยว่า ส่วนการเลือกตั้งในสัปดาห์หน้า ตนคิดว่าพ่อแม่พี่น้องมั่นใจได้ว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ขาวสะอาด เพราะ 2 เดือนที่แล้ว ผมเพิ่งถูกไล่ออกจากรัฐบาล ตอนนั้นเป็น รมว.มหาดไทย แต่เขาจะเอากระทรวงคืน และขอให้ออกไปเป็นฝ่ายค้าน ตอนนั้นตนก็มาเป็นฝ่ายค้าน มีการเลือกตั้งซ่อม ก็มาแบบฝ่ายค้าน พี่น้องก็ยังเต็มเวทีหมด แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาซักคน
“วันนี้ผมมาเป็นรัฐบาลแล้ว พี่น้องก็ยังมา ผมไม่กังวล เสียงของพ่อแม่พี่น้องก็เป็นเสียงบริสุทธิ์แน่นอน ผมไม่กังวลว่าใครจะมามีอิทธิพลทำให้พ่อแม่พี่น้องเปลี่ยนใจไปได้ พ่อแม่พี่น้องตั้งใจเลือกเบอร์ 2 อยู่แล้วใช่หรือไหม สัญญาแล้วนะ ให้ผมพูดแล้วทำใช่ไหม พี่น้องต้องพูดแล้วทำด้วยนะ” นายอนุทิน กล่าว

ขณะที่ น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 5 กล่าวปราศรัยบนเวที ว่า มีความยินดีที่ได้มีโอกาสได้มาเจอพ่อแม่พี่น้อง และมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาให้กำลังใจและช่วยหาเสียง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาให้กำลังใจ และมีความพร้อมที่จะมารับใช้ประชาชน

ภายหลังการปราศรัยเสร็จสิ้น นายอนุทิน ยังได้นั่งพับเพียบบนเวที แล้วก้มลงถ่ายรูปเซลฟี่กับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง ส่วนบรรยากาศข้างล่างเวที ก็มีชาวบ้านหลายคนแห่เข้ามาถ่ายรูปกับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยาของนายอนุทินด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น



