เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงวิกฤติ หลังมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ติดต่อกัน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองสายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยอีก 5-10 เซนติเมตร และเอ่อล้นเข้าท่วมแล้วใน 8 อำเภอ ได้แก่ เสนา บางบาล บางปะอิน บางไทร ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางปะหัน และมหาราช

ส่วนที่ชุมชน ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่บ้านเรือนติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่า บ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะมัสยิดดารุซซุนะห์ ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ได้รับผลกระทบ ขณะนี้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่อง

ถนนภายในชุมชนถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ถึง1.50 เมตร ชาวบ้านจำนวนมากประสบปัญหาการสัญจรลำบาก บางจุดจำเป็นต้องใช้เรือ บางจุดต้องเดินลุยน้ำเข้า-ออกบ้านและมัสยิด ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง เร่งทำสะพานชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินเข้าสู่มัสยิดเพื่อประกอบพิธีละหมาด

นายธีรยุทร หลุมทอง อายุ 43 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ลำบากมากช่วงที่ต้องเจอกับน้ำท่วมทุกปี จะมากจะน้อย บ้านถูกน้ำท่วมเกือบถึงเอว ต้องเดินลุยน้ำไปทำงานทุกวัน เสื้อผ้าก็ต้องไปเปลี่ยนด้านนอก เวลาจะไปละหมาดก็ลำบาก เพราะมัสยิดน้ำท่วมเช่นกัน แต่โชคดีที่ทาง อบต.ภูเขาทอง เริ่มทำสะพานไม้ให้ใช้สัญจรได้ และบางบ้านที่น้ำท่วมสูง ก็ต้องอาศัยเรือเป็นหลัก ต้องติดตาม สถานการณ์น้ำในพื้นที่ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำเจ้าพระยายังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง

ส่วนสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี แจ้งเตือนมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน จากเดิม 500 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 650 ลบ.ม./วินาที โดยจะทยอยปรับเพิ่ม วันละ 50 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. เป็นต้นไป เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อน ส่งผลทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อน มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.50-1.80 เมตร จะมีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ต่ำ เช่นที่ ตลาดน้ำต้นตาล ต.ต้นตลาด อ.เสาไห้ ต.แสงพัน อ.วังม่วง ต.แก่งเสือเต้น ต.หินซ้อน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และชุมชนวัดสะตือ อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง .อ.พะนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่พื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6

โดยล่าสุด เขื่อนพระราม 6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มีการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ในอัตรา 489 ลบ.ม./วินาที จากการระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จะเริ่มส่งผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน ในอำเภอท่าเรือ นครหลวง พระนครศรีอยุธยา และเมื่อมวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สามแยกแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร พื้นที่ท้ายแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร ได้รับผลกระทบซ้ำด้วย




