จากกรณีที่ สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถูกสหพันธ์เปตองนานาชาติ สั่งลงโทษห้ามส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน เนื่องจากปัญหาคุณสมบัติของนายกสมาคมฯ ทำให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แต่งตั้ง “คณะกรรมการกลาง” ขึ้นมา เพื่อจัดการแข่งขันและส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 68 โดยมี พล.อ.มังกร โกสิทธรเสนีย์ เป็นประธาน
อย่างไรก็ตาม ยังเกิดปัญหาทับซ้อนในการคัดเลือกนักกีฬา ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ยังมีแนวทางสนับสนุนนักกีฬาจากสมาคมฯ ชุดเดิม นั้น
ล่าสุด โคลด อาเซมา (Claude Azema) ประธานสหพันธ์สหพันธ์กีฬาเปตองและโบว์ลโลก (WPBF) ได้ส่งจดหมายถึงคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ สั่งแบนไม่ให้จัดการแข่งขันเปตอง ในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เรียบร้อยแล้ว
เนื้อความในจดหมายฉบับดังกล่าว ระบุว่า….

“ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณท่านประธานฯ เป็นอย่างมาก ในสิ่งที่ท่านได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้นกับกีฬาเปตองในไทย จากการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบของผู้นำองค์กรท่านนั้น ซึ่งไม่สมควรกับตำแหน่งนายกสมาคมฯ ท่านได้กระทำการเพื่อประโยชน์ส่วนตน อันยังความเสียหายให้แก่กีฬาของเราและบรรดานักกีฬานับพันคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่แฝงตัวอยู่ในสมาคมเปตองฯ ทั้ง ๆ ที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวตลอดชีวิต จากข้อกล่าวหาการยักยอกเงิน, ทุจริตการเลือกตั้ง และการคุกคามทางเพศ ซึ่งนำไปสู่การที่สมาคมเปตองฯ ถูกขับออกจากสมาชิกระหว่างประเทศ หากท่านผู้นี้ยังคงดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ อยู่”
“แม้ว่าจะมีข้อยุติในการให้คณะกรรมการกลางเปตอง ที่ได้รับการแต่งตั้งโดย คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ กกท. และสมาคมโบว์ลแห่งประเทศไทย (ซึ่งเป็นสมาคมที่สหพันธ์ฯ ให้การรับรอง) เข้ามาดำเนินการแทน ตามข้อสรุปในหนังสือของท่าน ลงวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา”
“องค์กรที่มีชื่อว่า กกท. ปฏิเสธที่จะยอมรับและดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลาง ทั้ง ๆ ที่บุคลากรของ กกท. เอง ก็ร่วมอยู่ในคณะกรรมการกลางชุดนี้ นายกสมาคมฯ ท่านนี้ ยังคงนำเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ที่สนับสนุนกีฬาเปตอง ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน อย่างต่อเนื่อง”

“เราไม่อาจจะทนให้กีฬาของเรา ซึ่งมีการแข่งขันกันอย่างแพร่หลาย ทั้งยังได้รับการรับรองจาก IOC อย่างเป็นทางการ ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของใครบางคนในทางที่ไม่ถูกต้องต่อไปได้ เมื่อท่านนายกสมาคมฯ ท่านนี้ ขาดความสามารถและความเหมาะสมในการจัดการแข่งขันเปตอง ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีความจำเป็นที่จะปฏิเสธการจัดการแข่งขันเปตอง ในกีฬาซีเกมส์ที่จะมาถึงนี้ พร้อมกันนี้ เราจะได้แจ้งให้กับสหพันธ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทราบว่าหากชาติใด ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ จะถูกห้ามเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นระยะเวลา 2 ปี จนถึงซีเกมส์ครั้งหน้า ที่มาเลเซีย ในปี 2027 ซึ่งรวมถึงการแข่งขัน World Games, เอเชียนเกมส์ และ Asian Master Games เป็นต้น”
“เราจะแจ้งข้อยุตินี้ให้แก่คณะกรรมการโอลิมปิกชาติต่าง ๆ ที่เกี่ยวของกับการแข่งขันซีเกมส์ให้ได้ทราบ รวมถึงรัฐบาลไทย ถึงเหตุผลที่ทำให้นักกีฬาพลาดโอกาสในการได้รับเหรียญรางวัลและตำแหน่งต่าง ๆ อันเนื่องมาจากบุคคลคนเดียว ทั้ง ๆ ที่คนผู้นั้นควรจะถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการกีฬาตลอดชีวิต”
ส่วนความเคลื่อนไหวของคีย์แมนกีฬาของไทย นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 68 ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และประธานมนตรีซีเกมส์ ร่วมกับ นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานฯ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ (COO), ศ.เจริญ วรรธนะสิน รองประธานฯ และนายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานฯ และเลขาธิการฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีปัญหาการจัดแข่งกีฬาเปตอง และส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ถนนศรีอยุธยา

ผศ.พิมล กล่าวว่า หลังจากได้รับหนังสือจากประธานสหพันธ์เปตองโลกฉบับล่าสุดนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่จบแล้วสำหรับกีฬาเปตอง ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แม้จะเป็นการจบไม่สวยก็ตาม ก็ถือว่าที่ผ่านมา คณะกรรมการโอลิมปิคฯ และคณะกรรมการกลาง ที่ตั้งขึ้นมา ก็พยายามที่จะช่วยเข้ามาแก้ปัญหาเพื่อให้กีฬาเปตองเดินหน้าไปได้ โดยยึดประโยชน์ของประเทศ และนักกีฬาเป็นสำคัญ แต่ที่ผ่านมาทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็พยายามที่จะไม่ยึดถือตามแนวทางของสหพันธ์เปตองโลก จนมาถึงขั้นที่สหพันธ์ฯ ต้องทำหนังสือแจ้งไม่รับรองให้จัดเปตองในซีเกมส์ และที่หนักสุด คือ การคาดโทษสำหรับประเทศในอาเซียน ที่จะส่งนักกีฬาเปตองเข้าแข่งซีเกมส์ ก็จะถูกแบนจากสหพันธ์ฯ ด้วยเช่นกัน
“ที่ผ่านมาคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และคณะกรรมการกลาง พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อให้กีฬาเปตองเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากเป็นสมาคมกีฬาที่อยู่ในพระราชูปถัมภ์ แต่เมื่อ กกท. เห็นต่างไปจากเรา กกท. ในฐานะนายทะเบียน ยังให้การยอมรับและรับรองคณะกรรมการสมาคมฯ ที่มีปัญหากับสหพันธ์เปตองโลก และยังไม่ยอมรับนักกีฬาที่คณะกรรมการกลาง ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฯ คัดเลือกและส่งแข่งขัน ซึ่งนักกีฬาชุดนี้ก็เพิ่งไปคว้ารางวัลชนะเลิศในกีฬาเปตองชิงแชมป์โลก 2025 ที่อิตาลี 3 รายการ และได้เหรียญทองแดง 1 รายการจากการชิงชัยทั้งหมด 5 รายการ ผมก็ถือว่าเป็นผลงานที่ประจักษ์และสามารถหวังผลถึงซีเกมส์ได้ แต่น่าเสียดายที่ กกท. ยังพยายามทำในสิ่งที่ขัดแย้งข้อรับรองของสหพันธ์เปตองโลก จนเป็นเหตุให้กีฬาเปตองไม่สามารถจัดแข่งได้ในซีเกมส์ครั้งนี้”
ทางด้าน นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้หน้าที่ของคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาเปตอง ในซีเกมส์ก็ถือว่าจบแล้ว แต่นักกีฬาเปตองไทยก็ไม่ต้องเสียใจ แม้จะไม่ได้แข่งในซีเกมส์ เพราะคณะกรรมการกลางชุดนี้ ยังได้รับการรับรองจากสหพันธ์เปตองโลก ที่สามารถส่งนักกีฬาเข้าแข่งรายการนานาชาติ รวมถึงเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ญี่ปุ่น ในปีหน้าด้วย หลังจากนี้ก็อยู่ที่ กกท. แล้วว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

“หลังจากนี้ ผมก็จะทำหนังสือให้คุณพิมล ศรีวิกรม์ ในฐานะประธานมนตรีซีเกมส์ เซ็นเพื่อเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ รับทราบถึงกรณีปัญหาเปตอง และเพื่อขอให้อนุมัติให้ขยายวันในการส่งชื่อนักกีฬาลงแข่งซีเกมส์ ในส่วนของประเทศสมาชิกที่จะปรับชนิดกีฬาแข่งแทนกีฬาเปตองได้” บิ๊กแนต กล่าว
สำหรับผลงานนักกีฬาเปตองไทย ที่เข้าร่วมในการแข่งขันเปตองชิงแชมป์โลก 2025 ที่อิตาลี ระหว่างวันที่ 17-22 ก.ย. 68 โดยมีนักกีฬาจาก 51 ประเทศ ลงแข่ง 5 รายการ ปรากฏว่า นักเปตองไทย คว้ามา 3 เหรียญทอง ประกอบด้วย รชตะ คำดี กับ สราวุธ ศรีบุญเพ็ง ในประเภทคู่ชาย, นันทวัน เฟื่องสนิท กับ คันทรส ชูช่วย ในประเภทคู่หญิง, คันทรส ชูช่วย ประเภทหญิงเดี่ยว และอีก 1 เหรียญทองแดง จาก สราวุธ ศรีบุญเพ็ง กับ นันทวัน เฟื่องสนิท ในประเภทคู่ผสม
สำหรับนักกีฬาเปตองชุดนี้ทั้ง 4 คน เป็นนักกีฬาที่คณะกรรมการกลาง ได้พิจารณาคัดเลือก เพื่อเตรียมส่งเข้าร่วมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แต่ถูกสมาคมกีฬาเปตองฯ ชุดเก่า ที่มีปัญหาตัดชื่อออก



