“ท็อป-พิพัฒน์ และนุ่น-ศิรพันธ์” คู่รักสายกรีน ได้ร่วมกล่าวในเวทีเสวนาหัวข้อ เราสร้างสุขอย่างไรให้ยั่งยืน ในเวที Sustain Daily Talk 2025 สุขที่ยั่งยืน ลงมือสู่แรงบันดาลใจ Sustainable Happiness …Act to Inspire ท็อปได้ให้นิยามความสุขตามแบบฉบับตัวเองว่า มองความสุขเป็นเรื่องที่ไม่สุดโต่งหรือพีคจนเกินไป ยกตัวอย่างของการถูกล๊อตเตอร์รี่ที่เป็นความสุขแบบพีค แต่ความสุขของเราคือสุขแบบเรื่อยๆ แต่สุขนานๆ  ขณะที่นุ่นบอกว่าตัวเองไม่ต่างจากท็อป  คือการยอมรับมองโลกความเป็นจริง เราทั้งสองมีทั้งความทุกข์และมีความสุข อยู่ที่มุมมองความบาลานซ์ ประคองให้อยู่กลางๆ บ้านเราชอบกลางๆเวลามีความสุขมากเช่นเวลามีคำชม เราสองคนช่วยกันดึงไม่ให้เตลิด เวลามีความทุกข์จะมีอีกคนช่วยดึง นิยามความสุขคืออยู่บนความจริงให้อยู่ไปเรื่อยๆ

 ท็อป กล่าวว่า กิจกรรมที่เราสองคนทำแล้วบาลานซ์ คือเรื่องการวางแผนทางการเงิน ก่อนหน้ามีความสงสัยว่าเราทั้งสองจะต้องหาเงินได้เท่าไรจึงจะมีชีวิตที่สบาย ทางออกจึงจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อจะได้รู้ว่าเมื่อเกษียณเราต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะพอ  จนได้คำตอบว่าเราต้องหาเงินได้จำนวนหนึ่ง เมื่อหาได้ตามเป้า รู้สึกว่าเรารวยแล้ว ไม่เช่นนั้นจะตอบตัวเองไม่ได้ว่าในหนึ่งปีจะหาเงินได้เท่าไร

นุ่น กล่าวเสริมว่า ปีหนึ่งเราจะประมาณการณ์ว่าเราจะป่วยบ่อยไหม ชอบเที่ยวแบบไหน ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ เราไม่มีลูกจึงวางแผนว่าในชีวิตบั้นปลายจะไม่ไม่มีใครดูแล ดังนั้นจึงต้องมีเงินออมเพื่อที่จะไม่ทำให้ลำบาก  เมื่อทำได้เช่นนี้ทำให้ลดความเครียดการใช้ชีวิตไปได้แปดสิบเปอร์เซนต์ ในฐานะที่ทำธุรกิจ เมื่อยอดขายลดลงทำให้เกิดความเครียดได้ แต่เมื่อย้อนหันมาดูยอดเงินที่แต่ละเดือนออมได้ตามเป้า ทำให้ความเครียดลดลง ทั้งนี้ความสุขแบบยั่งยืนมีหลายมิติ ยอมรับว่าครอบครัวของตัวเอง เห็นเงินสำคัญ เงินทำให้ชีวิตได้ใช้ชีวิต เดิมคิดว่าใครที่คิดเรื่องเงินคือเห็นแก่ได้ พอมาทำธุรกิจเงิน คือการขับเคลื่อนที่สำคัญ

ท็อป ยังได้กล่าวถึงการใช้ชีวิตแบบอีโคเฟรนลี่ ที่นำมาปรับใช้กับชีวิตว่า ความหมายก็คือ คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่บนโลกใบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  เช่นการดื่มน้ำจากขวดพลาสติกเราสามารถใช้ได้ แต่เราควรยกขยะให้ถูกต้องเพื่อนำกลับไปรีไซเคิล ไม่ให้กลายเป็นขยะในหลุมฝังกลบ เช่นเดียวกับการเดินทาง ถ้ามีโอกาสควรใช้ขนส่งสาธารณะ ในฐานะที่เราเป็นธุรกิจโซเชียลเอ็นเตอร์ไพร์ส ได้พัฒนาแอป อีโคไลฟ์ (ECOLIFE) เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในปีแรกๆทำกับบริษัทเอกชน ที่ใช้แอปเข้ามาเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการในบริษัท จนสามารถคำนวณออกมาคาร์บอนฟรุตพริ้นได้ ใช้ประกอบรายงานความยั่งยืน ที่สามารถแสดงตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรับรอง

ท๊อป กล่าวว่าสิ่งที่เราพูดถึงความยั่งยืนคือการพูดถึงอนาคต เช่นเดียวกับครั้งที่เราเผชิญกับโควิด จึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีทางรอด ขณะเดียวกัน เรารู้ว่ามีวิวัฒนาการที่จะทำให้เรารอด เช่นเดียวกับเรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องอนาคต วันนี้เรามีไฟใช้ ในอนาคตน้ำจะท่วม จะใช้ชีวิตที่แย่ลงจากภัยธรรมชาติ จะส่งผลทำให้เราปรับพฤติกรรม เปรียบเทียบได้ว่าถ้าเรารู้อนาคตหากเราไม่ทำดีกับใครบางคน หรือไม่ดูแลคนที่รัก เรารู้จะสึกแย่หากเกิดความสูญเสียเกิดขึ้น ไม่อยากให้เกิดคำพูดว่ารู้งี้ทำตั้งนานแล้ว

            “ถ้าเลือกหนึ่งอย่างในชีวิตความสุขคืออะไร  เราจะเลือกทำได้สิ่งที่เราชอบแล้วเราจะทำอย่างสม่ำเสมอ  เปรียบเทียบกับการลดน้ำหนัก เช่นถ้าเราทำสิ่งที่ทำไม่ได้จะล้มเลิก ความยั่งยืนคือการทำอย่างสม่ำเสมอ ทำในสิ่งที่เราทำได้ นุ่นเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆที่เราทำได้ จนกลายเป็นนิสัย รักน้อยๆแต่รักนานๆ”นุ่น-ศิรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย