สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ขึ้นบัญชีดำ “แอนติฟา” ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ที่นิยมการเมืองฝ่ายซ้ายสุดโต่ง และต่อต้านฟาสซิสต์ ให้เป็นองค์กรก่อการร้ายภายในประเทศ
เนื้อหาตอนหนึ่งในคำสั่งของทรัมป์ระบุด้วยว่า แอนติฟาถือเป็น “องค์กรทหารและอนาธิปไตย ที่เรียกร้องอย่างชัดเจนให้มีการโค่นล้มรัฐบาลสหรัฐ” และ “ใช้ความรุนแรงและการก่อการร้าย” เพื่อกดขี่เสรีภาพในการแสดงออกของชาวอเมริกัน ซึ่งถือเป็นการเจตนาขัดขวางเสรีภาพและหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง
Antifa is a militarist, anarchist enterprise that explicitly calls for the overthrow of the United States Government, law enforcement authorities, and our system of law.
— The White House (@WhiteHouse) September 23, 2025
Thanks to the leadership of President Trump, they are now classified as a domestic terrorist organization. pic.twitter.com/0Fb6n0TLLy
ทั้งนี้ ทรัมป์ย้ำในคำสั่งว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ สามารถดำเนินการกับ “บุคคลใดก็ตาม” ที่อ้างว่ากระทำการในนามของแอนติฟา หรือกับองค์กรแห่งใดก็ตามที่อ้างว่า มอบความสนับสนุนทางวัตถุให้กับแอนติฟา
ด้านบรรดานักวิเคราะห์การเมืองในสหรัฐพากันตั้งคำถาม ว่าแม้เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำความพยายามของทรัมป์ ในการกดดันขั้วการเมืองฝ่ายซ้าย หลังเกิดเหตุลอบยิงสังหารนายชาร์ลี เคิร์ก อินฟลูเอนเซอร์การเมืองฝ่ายขวาชื่อดัง เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่มูลเหตุจูงใจของมือสังหารยังไม่แน่ชัด
????BREAKING NEWS????
— Breanna Morello (@BreannaMorello) September 22, 2025
President Donald Trump has officially designated ANTIFA as a terrorist organization. pic.twitter.com/yt9cCPwNQr
อนึ่ง ในทางทฤษฎีการเมืองถือว่า ไม่ใช่การนิยมฝ่ายซ้ายทั้งหมดจะถือว่าเกี่ยวข้องกับแอนติฟา ซึ่งย่อมาจาก “แอนติ ฟาสซิสต์” มีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มทางสังคมนิยมในเยอรมนี เมื่อช่วงยุคทศวรรษที่ 1930 ปัจจุบัน การรวมตัวของแอนติฟากระจายอยู่ในหลายประเทศ และไม่มีผู้นำอย่างชัดเจน
อนึ่ง ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดแบนหรือขึ้นบัญชีดำแอนติฟามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2563 จากการที่เมืองใหญ่หลายแห่งของสหรัฐเผชิญกับการประท้วง จากการเสียชีวิตระหว่างถูกจับกุมของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสี ที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา.
เครดิตภาพ : AFP



