เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และเจ้าของเพจ “หมอเจด” โพสต์ข้อความให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไต โดยชี้แจงว่าไม่ใช่โรคของผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว คนอายุน้อยก็มีโอกาสเกิดโรคไตได้ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ถึง 40 ปี
หมอเจดแบ่งปัจจัยเสี่ยงออกเป็น 4 ข้อหลัก ดังนี้
ดื่มน้ำน้อย + กินเค็มเยอะ
อาหารแปรรูป เครื่องปรุง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวที่คนรุ่นใหม่บริโภคเป็นประจำ มีเกลือสูง แต่ดื่มน้ำน้อย ทำให้ไตต้องทำงานหนัก ขับของเสียและเกลือมากขึ้น เสี่ยงไตเสื่อมเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีพันธุกรรมหรือโรคประจำตัว
ยาแก้ปวด NSAIDs ทำร้ายไตแบบไม่รู้ตัว
ยากลุ่ม ibuprofen, diclofenac, mefenamic acid ที่ใช้แก้ปวด ข้อ หรือไข้ หากกินต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น หรือดื่มน้ำน้อย อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงไตน้อยลง และเกิดการอักเสบในเนื้อไตระยะยาว หมอเจดแนะนำให้ใช้เฉพาะจำเป็น และหากใช้เกิน 3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
เบาหวาน ตัวเงียบที่ทำลายไต
น้ำตาลสูงในเลือดทำลายหลอดเลือดฝอยที่ไต ทำให้โปรตีนรั่วออกมากับปัสสาวะ เป็นสัญญาณแรกของไตเสื่อม ภาวะนี้เรียกว่า Diabetic Nephropathy คนอายุน้อยที่กินหวานจัด นอนดึก เครียด และไม่ออกกำลังกายเสี่ยงพบเบาหวานและไตเสื่อมเร็วกว่าที่คิด
ใบกระท่อม ยาเสพติด และยาลดน้ำหนักเถื่อน
แม้หลายคนคิดว่าใบกระท่อมเป็นสมุนไพรธรรมชาติ แต่สารไมทราไจนีนอาจมีผลต่อไตโดยตรง ใช้ติดต่อกันนานร่วมกับน้ำหวานหรือยาแก้ไอ เพิ่มความเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน การใช้ยาเค ยาอี หรือยาลดน้ำหนักเถื่อน ยังเพิ่มผลเสียต่อไตและสุขภาพโดยรวม
หมอเจดเน้นย้ำว่า “แม้อายุยังน้อย การดูแลไตตั้งแต่วันนี้ สำคัญต่ออนาคต ไม่ควรประมาทกับพฤติกรรมประจำวัน”



