เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 25 ก.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์ 1 ล้านบาท จากกองทุนหทัยทิพย์ เพื่อเป็นทุนตั้งต้น สร้างกำแพง-บังเกอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เรื่องสร้างรั้วชายแดน หากพื้นที่ตรงไหนสามารถตกลงเรื่องเขตแดนได้แล้ว หรือมีความชัดเจน ก็จะดำเนินการ โดยได้มอบหมายให้กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าภาพ เนื่องจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ในเขตความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นของกองทัพบก และอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือในทางด้านใต้ อีกทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย ยังมีกรมแผนที่ทหาร อยู่ในอนุกรรมการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ซึ่งมีเครื่องมือพร้อม

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวสามารถเริ่มต้นดำเนินการได้เลย แต่อาจจะต้องนำเข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ตกลงกันได้แล้วในพื้นที่ ก็ไม่ต้องนำเข้าที่ประชุม สมช. ซึ่งหากอะไรที่ไม่ชัดเจนถึงจะนำเข้าที่ประชุม เพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองอย่างถูกต้อง

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า การสร้างรั้ว สามารถเริ่มต้นได้ทันที แต่ขณะนี้เป็นจังหวะที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) กำลังผลัดเปลี่ยนผู้บังคับบัญชา จึงต้องให้ระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนกำลังพลระยะหนึ่ง โดยคาดว่า ขั้นตอนและกระบวนการ จะสามารถดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบางขั้นตอนที่สามารถดำเนินการได้ก่อนในขณะนี้ ก็สามารถทำได้ทันที 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ำว่า การสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จะดำเนินการสร้างทันทีในพื้นที่ที่มีความชัดเจน เพื่อให้สังคมเชื่อมั่นว่า ปัญหาต่าง ๆ ในอนาคตจะลดน้อยลง แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาอีกครั้งว่า รูปแบบที่จะสร้างจะเป็นแบบใด หากเป็นรูปแบบที่มีความมั่นคงสูงจนเกินไป ก็จะใช้งบประมาณสูงตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างตลอดแนวชายแดนกว่า 800 กิโลเมตร ขณะที่รูปแบบการสร้างรั้วที่จังหวัดสระแก้วเสนอมาล่าสุด ความยาว 10 กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ 87 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในขั้นของการพิจารณาด้านงบประมาณ เนื่องจากทั้งสภาวะเศรษฐกิจและสถานภาพงบประมาณของรัฐบาลก็มีจำกัด ซึ่งหากมีงบประมาณมาสนับสนุน รัฐบาลก็สามารถดำเนินการได้หมด 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ส่วนเงินจากกองทุนที่ได้รับพระราชทาน ถือเป็นพระกรุณาธิคุณ และพระเมตตา แต่การพิจารณาสร้างรั้ว ก็จะต้องยึดงบประมาณรัฐบาลเป็นหลัก