เรียกได้ว่าโรแมนติกสุดๆ สำหรับ คู่รักซุป’ ตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เพิ่งฉลองครบรอบความรัก 14 ปี ไปอย่างหวานชื่น ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ญาญ่าโพสต์ข้อความอวยพรอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยภาพเบื้องหลังพรีเวดดิ้งสุดพิเศษให้แฟนๆ ได้ชมกันเรียกน้ำย่อย ก่อนจะถึงวันสำคัญที่ทั้งคู่จะเข้าพิธีวิวาห์และเปลี่ยนสถานะเป็นสามีภรรยาในไม่ช้านี้

ล่าสุดในงานบวงสรวงภาพยนตร์รักสุดคลาสสิกแห่งปี “50 First Dates” เวอร์ชั่นประเทศไทย ณเดชน์ ได้เปิดใจถึงการรับงานแสดงในครั้งนี้ รวมถึงแพลนแต่งงานที่กำลังจะเกิดในปีหน้า และความรักหวานกับญาญ่าที่ยาวนานมากว่า 14 ปีอีกด้วย
ณเดชน์ เผยว่า “สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เริ่มถ่ายทำเดือนหน้า โลเคชั่นก็จะเป็นต่างจังหวัด การที่ได้ออกกองกับพี่เมษ (เมษ ธราธร) เป็นเรื่องที่สนุกมาก เหมือนไปพักผ่อน พอสั่งคัตเสร็จปุ๊บ มานั่งข้างพี่เมษ พี่เมษก็จะเล่นมุกตลอดเวลา จริงๆ ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับน้องมินนี่ (มินนี่ ณิชา) กับทางพี่ซูโมกิ๊ก แล้วก็นักแสดงทุกคนด้วย ได้กลับมาทำงานกับ GDH ก็รู้แหละว่าต้องสนุกมากแน่ๆ ผมก็อยากเห็นรสชาติของพี่เมษในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าจะเป็นแบบไหน ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติก ถ้าถามว่าเข้าทางไหม สำหรับตัวผม ผมว่าการได้เปลี่ยนสไตล์การแสดงไปเรื่อยๆ มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกจำเจอยู่กับที่ อย่างเช่นเราเคยเล่นธี่หยด แอ๊คชั่นแฟนตาซีเบาๆ ซึ่งพอได้กลับมาเล่นเรื่องนี้ก็รู้สึกว่ามู้ดแอนด์โทนจังหวะ ความกระเพื่อมของหนัง หรือละครอะไรพวกนี้มันก็จะแตกต่างกันไป มันขึ้นอยู่ที่ว่าดีไซน์ยังไง ซึ่งเดี๋ยวก็คงจะได้คุยกันหลังจากนี้ มีซ้อมบทกับญาญ่าไหม (หัวเราะ) อาจจะไม่ต้องถึงขั้นซ้อมบทกับพี่ญ่า

ส่วนเรื่องงานแต่งแล้วก็แพลนคู่กันไปด้วย ถ้ามีเวลาว่างก็จะมานั่งเปิดคอมพ์ดูดีเทลรายละเอียด (ต้องแยกร่างไหม?) ไม่ถึงขนาดแยกร่างครับ ตอนนี้ผมถ่ายละครอยู่ใช่ไหมครับ เรื่องสองหัวใจ โชคดีตอนนี้ก็ทำงานอยู่แต่ในกรุงเทพฯ ก็สบายตัวหน่อย ส่วนเรื่องนี้ไปต่างจังหวัดแต่จริงๆ ช่วงระยะเวลาของหนังมีแค่ 20-30 คิว ก็ประมาณ 2 เดือน ก็น่าจะเสร็จหมด ไม่กระทบกับงานแต่ง แพลนไว้เรียบร้อยแล้วว่าช่วงไหนรับงาน คือเราจะแจ้งไว้ก่อนว่าปีหน้าเราจะมีงานแต่ง ถ้าคนที่ติดต่อมารู้สึกว่าไม่สะดวก ไม่สบายใจ หรือคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำงาน ถ้าอยากรอ ถ้ารอไม่ได้ก็คงต้องไปพิจารณาคนอื่น (ก่อนแต่งก็ยังรับงานเยอะอยู่?) ต้องทำงานครับพี่ (ยิ้ม) ยิ่งจะแต่งรายจ่ายก็ยิ่งเยอะ (รายจ่ายบานปลายไหม?) คือเราพยายามจะไม่ให้งบประมาณบานปลาย พยายามที่จะคุมทุกอย่างให้มันสมเหตุสมผลเหมาะสม เพราะเรารู้สึกว่าความสุขก็ส่วนหนึ่ง เรื่องของการใช้จ่ายก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก แล้วก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยอยากจะหรูหรา หรืออยากจะเลี้ยงคนมากมายอะไรแบบนั้น แล้วก็แบบพอดีดิบพอดี (มองตรงกันกับพี่ญ่า?) ใช่ครับ จริงๆ เขาเป็นคนคุมผมมากกว่า เพราะผมมีความเห็นว่าจัดไปเลย เขาก็จะแบบว่าใจเย็นๆ เราต้องคิดถึงตรงนี้ตรงนี้ด้วย”

ณเดชน์ เผยต่อว่า “ใน 3 ที่ที่จัดงานคิดมากอันไหนมากสุด จริงๆ ถ้าถามว่ากังวลก็มีความกังวลในทุกๆ อัน ก็คือทุกอย่างมันยังไม่เสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ขนาดนั้น ก็อยู่ในขั้นตอนของมันอยู่ ถ้าเป็นห่วงมากที่สุดก็คงจะเป็นที่นอร์เวย์ เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ในสถานที่สิ่งแวดล้อมที่เราเคยชิน มันต้องมีการเดินทางไป มันต้องมีการจัดระบบทุกอย่างให้มันลงตัวที่สุด แขกที่มาไม่ใช่ว่าให้เขาไปถึงงานแล้วเอ้อระเหยรองงๆ เราก็ต้องดูแลทุกคนให้ดีที่สุด ส่วนขอนแก่นกับกรุงเทพฯ ผมว่ามันง่ายค่อนข้างชิล (สเกลงานเท่ากันไหม?) ถ้าว่าตามจำนวนแขกแตกต่างกันครับ ถ้าว่าตามความสำคัญหรือว่างาน ผมว่าเท่าๆ กันหมด แต่เมนหลักก็จะเป็นงานแต่งที่นอร์เวย์ที่สำคัญที่สุด (ต้องเช่าเครื่องบินเหมาลำไหม?) ไม่ๆ แลกไมล์ครับแลกไมล์ (หัวเราะ) ประหยัดได้ก็ประหยัดครับ ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงบ้าง งานใกล้เข้ามาแล้ว มันก็ตื่นเต้นนะครับ แต่ว่าไม่ได้รู้สึกเครียดหรือกังวลอะไร

สำหรับที่ญาญ่าเพิ่งโพสต์ฉลองครบรอบ 14 ปี ก็เป็น 14 ปีที่มั่นคง แป๊บเดียวเอง มองย้อนกลับไปนั่งคุยกันมันผ่านไปแป๊บเดียวเอง ดีใจครับ หมายถึงว่ามันมีความสุข มีความสุขมาก รู้สึกว่าเหมือนหลายๆ อย่างมันค่อยๆ ตามเป็นขั้นบันไดขึ้นไปเรื่อยๆ จนปีหน้าเราจะแต่งงานกันแล้ว แล้วก็หวังว่าปีต่อๆ ไปมันก็จะมีแต่เรื่องให้เรารู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข ผูกพันลึกซึ้งกันมากขึ้นเรื่อยๆ และที่ญาญ่าประกาศว่าเป็นภรรยาแล้ว (หัวเราะ) เธอเสร็จฉันแน่ (มันยังไง?) อ้าวก็ได้เป็นภรรยาสามีไง ตามกฎหมาย เราต้องเป็นสามีที่ดี (สามีที่หล่อ?) เรื่องนั้นมันเปลี่ยนไปตามวัย (ซ้อมเรียกภรรยาหรือยัง?) ไม่เคยนะครับ ยังเขินอยู่นะถ้าเรียกแบบนั้น ไม่เคยเรียกเมียจ๋าแบบนั้น ปกติจะเรียกแบบว่าที่รัก หลังแต่งงานก็ไม่ได้คิดว่าจะเปลี่ยนคำเรียก ก็คงเรียกแบบเดิมที่เราเรียกกันมา แต่คงเอาคำเรียกว่าเมียจ๋าไว้เรียกตอนง้อแล้วกัน มันดูจะเหมาะสมมากกว่า แต่ถ้าไปง้อญาญ่าก็คงทำหน้างง เป็นอะไรแปลกๆ ส่วนความรัก 14 ปีเป็นยังไงบ้าง มันไม่เหมือนวันแรกเลย คืออย่างที่บอกไว้ว่าความผูกพันมันแน่นแฟ้นขึ้น มันมีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น มันมองเห็นชีวิตด้วยกันมากขึ้นเรื่อยๆ มันอธิบายไม่ถูก คนโสดขอโทษทีนะครับ (ยิ้ม) ผมรู้สึกอย่างนั้น มันเป็นสิ่งที่นิยามไม่ได้ มันรู้สึกได้ มันเข้าใจกันสองคน แต่ผมว่าความรักในนิยามของแต่ละคู่มันไม่เหมือนกัน การแสดงออก ความหวาน มันแตกต่างกันแล้วแต่รสนิยมของแต่ละคู่”
ณเดชน์ เผยต่อว่า “ที่หลายคนแซวว่าไม่ควรมีณเดชน์คนเดียวบนโลก มีคนเดียวแหละดีแล้วครับ เดี๋ยวมาแย่งงานผมทำ (ฮีลใจคนโสดหน่อย?) ผมว่าเป็นโสดก็ไม่ผิดอะไรนะ เป็นโสดก็มีความสุขได้ เป็นโสดก็สวยได้เป็นโสดก็หล่อได้ โสดแซ่บครับ แต่ผมจะไม่โสดแล้ว แต่ผมก็ไม่โสดอยู่แล้วนะครับเอาจริงๆ

ส่วนเรื่องน้ำท่วมบ้านที่ขอนแก่นก็ท่วมทุกปี คือฝนตกหนักที่ขอนแก่น คือตอนนี้ทางเทศบาลเขาก็กำลังขยายท่อ ซึ่งพอดีที่นาข้างหลังบ้านมันถูกถมที่ทำเป็นหมู่บ้านตามความเจริญ เพราะที่นามันไม่มีน้ำให้ระบาย หมู่บ้านมันก็เลยถูกน้ำขัง แต่ว่าแป๊บเดียวครับ 2-3 ชั่วโมงก็หายแล้ว (บ้านเสียหายไหม?) ไม่ครับ เพราะว่าบ้านยกสูง คือบ้านยกสูงมาอยู่แล้วก็เลยโชคดี เพราะทุกหลังที่อยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านนั้นก็จะยกสูงกันหมด ผมก็เป็นกำลังใจให้กับคนที่ประสบอุทกภัยในตอนนี้ ก็ดูแลกัน อะไรช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยเหลือ แล้วก็ที่สำคัญอยากให้ทุกคนรักษาชีวิตเป็นสำคัญ ข้าวของสิ่งของมีค่าบางอย่างถ้าสูญเสียมันไป ก็หายใจเข้าหายใจออก ทำใจ อย่างน้อยเราก็ยังมีคนข้างๆ ยังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ”



