เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ไจแอ้นท์ ทูบา” ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงถึงกรณีภาพถ่ายบริเวณคลองโอ่งอ่าง ซึ่งเป็นต้นเหตุของกระแสดราม่าในสังคมออนไลน์ โดยยอมรับว่าการกระทำในครั้งนั้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และจะใช้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนในการปรับปรุงตัวต่อไป

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาชี้แจงประเด็นที่คลองโอ่งอ่าง โพสต์ที่ผ่านมายังไม่เป็นข้อเท็จจริงครับ ลำดับเหตุการณ์ วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2558 เวลา 14.00-16.00 น. ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก ดูแล และตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณคลองโอ่งอ่าง พร้อมทั้งถ่ายรูปเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาแสดงการปฏิบัติงานจริง เวลา 18.00 น. (โดยประมาณ) ข้าพเจ้านำรูปภาพดังกล่าวไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมตั้งสเตตัสว่า “หน้าที่การงานมาก่อน” และมีการแสดงความคิดเห็นเชิงไม่สุภาพคึกคะนองส่งผลให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องผู้หญิงที่อยู่ในภาพดังกล่าว เช่น ชอบก็บอกน้องเขาไป, น้องอาจจะหนักอกหนักใจ, อยากแบ่งเบาภาระที่อกเขา”

อีกทั้ง “วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2558 (ช่วงเช้า) ข้าพเจ้าได้รับแจ้งจากผู้บังคับบัญชาให้ลบโพสต์ดังกล่าว เนื่องจากบุคคลที่อยู่ในภาพได้รับความเสียหาย และมีความประสงค์จะแจ้งความ ข้าพเจ้าจึงดำเนินการลบโพสต์ตามคำสั่งทันที หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าพเจ้าไม่คาดคิดว่าจะส่งผลกระทบรุนแรง จึงยังคงโพสต์รูปภาพที่ข้าพเจ้าเคยไปเที่ยวและคลิปวิดีโอเล่นดนตรีตามปกติ ต่อมา ข้าพเจ้าได้รับหมายเรียกให้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจ เนื่องจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ภายหลังข้าพเจ้าสำนึกผิดถึงสิ่งที่ข้าพเจ้ากระทำลงไป โดยขาดการคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ข้าพเจ้าจึงลบรูปภาพของข้าพเจ้า และลบคลิปเล่นดนตรีที่ข้าพเจ้าเคยโพสต์ออกทั้งหมด”

นอกจากนี้ “ปัจจุบันข้าพเจ้าได้มีการพบเจอและเจรจากับทางผู้ร้อง โดยได้ตกลงกันในเรื่องการเยียวยา และข้าพเจ้าได้กล่าวคำขอโทษจนเป็นที่พอใจแล้ว คนคอมเมนต์ “ชอบก็บอกน้องเขาไป” “น้องเขาอาจจะหนักอกหนักใจ” 2 คนนี้ไม่ได้เข้าพบเจอคู่กรณี โดยไม่ทราบสาเหตุ และให้มีการถ่ายคลิปขอโทษ โดยให้เวลา 3 วันแต่ส่งคลิปวันที่ 4 ทางผู้ร้องไม่พอใจจึงขอให้ส่งคลิปแก้ไข ขอโทษอย่างจริงใจใหม่ แต่ก็ไม่มีการตอบกลับมา”

“ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ข้าพเจ้านายสุทธิพงษ์ จั่นเพชร คือ ผู้ที่โพสต์รูปภาพของผู้เสียหาย และมีการแสดงความคิดเห็น ซึ่งไม่เหมาะสมจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และจิตใจของผู้เสียหาย ครอบครัวของผู้เสียหาย และต่อสังคม โดยข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกราบขออภัยต่อผู้เสียหาย ครอบครัวของผู้เสียหาย และต่อสังคม ต่อการกระทำใดๆ ของข้าพเจ้าที่ได้กระทำไปโดยไม่ได้คำนึงต่อความรู้สึก และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากกระทำ ซึ่งขาดการคิดไตร่ตรองที่ถี่ถ้วน จนในท้ายที่สุดได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดเหตุข้าพเจ้าได้คิดทบทวน และสำนึกผิดถึงการกระทำดังกล่าว โดยข้าพเจ้าทราบดีว่าคำขอโทษในตอนนี้ไม่อาจทดแทนความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ หรือความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว”

ดังนั้น ข้าพเจ้าขอน้อมรับความผิดในครั้งนี้เป็นบทเรียน ขอโอกาสต่อผู้เสียหาย ครอบครัวของผู้เสียหาย และสังคมในการปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้นและขอยืนยันว่าข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจและได้สำนึกผิดในการกระทำทั้งหมด จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ในการแสดงความขอโทษอย่างจริงใจอีกครั้งหนึ่ง หมายเหตุ
1. ข้าพเจ้าขออนุญาตไม่ใส่ชื่อจริง หรือชื่อเฟซบุ๊กของผู้เสียหาย เพื่อไม่เป็นการตอกย้ำถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น และทำให้ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียหายรู้สึกถูกกระทำซ้ำๆ จากกระทำโดยไม่ยั้งคิดของข้าพเจ้า
2. ปัจจุบันในส่วนของการดำเนินคดีความ และกระบวนการสอบสวนทางวินัยอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยไม่ว่าผลการดำเนินการจะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้ายินดีน้อมรับต่อผลที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ทุกประการ
3. เหตุการณ์นี้นอกจากจะกระทบความรู้สึกของผู้เสียหายแล้ว ยังได้ส่งผลกระทบต่อหน่วยงาน ผู้บังคับบัญชา ประชาชน และครอบครัวของข้าพเจ้าด้วย ที่ต้องถูกต่อว่าและได้รับความเสียหายจากการกระทำของข้าพเจ้า จึงกราบขออภัยไปยังทุกๆ ท่านที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำในครั้งนี้ โดยข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและสำนึกผิดในการกระทำแล้

อย่างไรก็ตาม “ท้ายที่สุดทางอีก 2 ท่าน ไม่ยินยอมให้ลงคลิปที่ตัวเองขอโทษ ด้วยความเคารพและกราบขออภัยอย่างสุดซึ้ง นายสุทธิพงษ์ จั่นเพชร”

ขอบคุณข้อมูล : ไจแอ้นท์ ทูบา