เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการซ่อมถนนสามเสนที่มีการยุบตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เผยว่า เมื่อวานนี้มีการเทปูนไปแล้วกว่า 700 คิว หรือประมาณ 1,500 ตัน แต่พบว่าปูนบางส่วนไหลเข้าไปในอุโมงค์จึงให้เจ้าหน้าที่หยุดการเทปูนเพื่อรอให้คอนกรีตที่เทลงไปให้เซตตัวก่อน และจะเริ่มปฏิบัติการอีกครั้งในตอนเช้า เบื้องต้นประเมินไว้จะใช้ปูน 1,000 คิว หรือประมาณ 2,400 ตัน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนด้านอื่นๆ ที่พบคือมีดินสไลด์เล็กน้อยราว 50 ซม. ในส่วนของอาคาร สน.สามเสน ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการนําอุปกรณ์จับการเคลื่อนไหวมาติดตั้งเพิ่มเพื่อวัดเคลื่อนไหวของอาคาร สน.สามเสน ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนสายไฟที่พบว่ามีการดึงรั้งอาคาร สน.สามเสน เจ้าหน้าที่จะตัดสายไฟออก
สำหรับสภาพอากาศที่มีการคาดว่าจะมีฝนตก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. คือ มีนบุรี หนองจอก ส่วนพื้นที่จุดเกิดเหตุอาจมีฝนตกเล็กน้อย ซึ่งในเบื้องต้นมีการตัดท่อระบายน้ำบริเวณรอบจุดเกิดเหตุไปหมดแล้ว และได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่รอบจุดเกิดเหตุเอาไว้ทดแทน และมีการตั้งกระสอบทรายดักเอาไว้เพื่อไม่ให้น้ำเข้าหลุม
ขณะเดียวกันวันนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ลงเข้าไปด้านล่างของหลุม เพื่อไปสํารวจปูนที่เทลงไป รวมถึงสภาพต่างๆ ว่าดินไหลลงไปตามอุโมงค์ และสถานีปริมาณขนาดไหน และความเสียหายอื่นๆ เป็นอย่างไร สำหรับรถยกของตำรวจ และรถส่วนตัวของตำรวจรวม 2 คันพบแล้ว ว่าไหลไปอยู่ที่สถานี
ในวันนี้ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกที่อาคารทีปังกรรัศมีโชติตามปกติแล้ว หลังจากประเมินว่ามีความปลอดภัยในการให้บริการ ซึ่งทางฝั่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาลมีเสาเข็มที่ลึกมาก รวมถึงกำแพงกั้นดิน และมีการประเมินจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมแล้วว่าปลอดภัย ซึ่งไม่เหมือนกับฝั่งอาคาร สน.สามเสน ที่ไม่มีกําแพงกันดิน



