ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้โทโมโกะยังถูกพูดถึง แม้แทบไร้คืบหน้า คือ การที่ครอบครัวและทางการญี่ปุ่นยังคงพยายามติดตามต่อเนื่องโดยไม่ย่อท้อ เช่นเดียวกับเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการตำรวจญี่ปุ่น และตัวแทนสถานทูตเข้าติดตามคืบหน้า

“ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสสอบถาม นายสุวพิชญ์ มโนภาส รอง ผอ.กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนการฆาตกรรมโทโมโกะ ระบุ กรณีติดตามหาตัวชายชาวฝรั่งเศสตามภาพสเกตช์ ดีเอสไอประสานความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสเรียบร้อยแล้ว อีกส่วนคือการขอความร่วมมือไปยังอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านดีเอ็นเอ (DNA) หรือนักนิติพันธุศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้สมัยใหม่เกี่ยวกับ DNA

ส่วนพยานหลักฐานที่ได้ขอให้ทางการญี่ปุ่นดำเนินการ คือ การติดตามในส่วนนักท่องเที่ยวที่เคยถ่ายคลิปวิดีโอสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณโบราณสถานวัดสะพานหิน จ.สุโขทัย ไว้ก่อนวันเกิดเหตุ เนื่องจากต้องการใช้ดูเป็นข้อมูลประกอบและเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคในส่วนของสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบหาความเชื่อมโยงอื่น ๆ ใช้เป็นประโยชน์ต่อภาพมุมกว้างในคดีได้

นอกจากนี้ ดีเอสไอยังขอให้ทางการญี่ปุ่นช่วยติดตามตัวนักท่องเที่ยวชายวัยกลางคน (ชาวญี่ปุ่น) 1 ราย เพราะมีพยานแวดล้อมคนไทยเห็น และระบุว่า “เขาอาจมีการพูดคุยกับผู้ตายก่อนเกิดเหตุ”

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าชายวัยกลางคนชาวญี่ปุ่นรายนี้ ยังถือเป็นเพียงพยานเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย ทางดีเอสไอก็อยากพูดคุยกับบุคคลดังกล่าวถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ว่า ในห้วงเวลานั้นมีการพูดคุยกับผู้ตายในเรื่องใดบ้าง

“มันจะช่วยทำให้เราเห็นภาพเหตุการณ์ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ ก่อนผู้ตายจะไปปรากฏในที่เกิดเหตุหลังจากนั้น สิ่งที่ดีเอสไอทำคือเราต้องการประชาสัมพันธ์ให้พยานรายใดก็ตามที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ในห้วงเวลาดังกล่าว ประสงค์เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งตนคิดว่ามันก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการไขคดีนี้”

นายสุวพิชญ์ สะท้อนความรู้สึกในฐานะคณะพนักงานสืบสวน พยายามดำเนินการในส่วนที่เป็น “ช่องโหว่” โดยเฉพาะประเด็นที่คนยังค้างคาใจ ต้องทำให้เด็ดขาดและทำอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่นำมาประกอบกันใหม่ ผ่านการใช้องค์ความรู้ใหม่ ซึ่งอาจทำให้ได้เห็นอะไรชัดเจนขึ้นได้

ที่ผ่านมาภายหลังดีเอสไอได้เผยแพร่ภาพสเกตช์ชายชาวฝรั่งเศส ซึ่งถือว่าเป็น “พยานบุคคล” ที่ต้องการคุยด้วยนั้น ทราบว่าได้มีคนติดต่อไปหา นายยาสุอากิ คาวาชิตะ คุณพ่อของโทโมโกะ ซึ่งคุณพ่อก็ได้แจ้งไปยังตำรวจญี่ปุ่น จากนั้นตำรวจญี่ปุ่นได้แจ้งมายังสถานทูตญี่ปุ่นว่า มีคนส่งอีเมลมาหาดีเอสไอ ซึ่งดีเอสไอได้ตรวจสอบเบาะแสนั้นแล้ว แต่ก็ไม่พบความเชื่อมโยงกับชายชาวฝรั่งเศสตามภาพสเกตช์แต่อย่างใด จึงได้แจ้งข้อมูลกลับไปให้ทางการญี่ปุ่นรับทราบแล้ว

สำหรับเรื่องข้อกังวลว่าอายุความคดีฆาตกรรมจะจบลงในปี 2570 ก่อนหาตัวคนร้ายตัวจริงเจอนั้น ตนได้รับคำชี้แจงจากทางการญี่ปุ่นมาว่า ญี่ปุ่นไม่มีอายุความ และที่สำคัญประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น ไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ดังนั้น เมื่อใดก็ตามหากคนญี่ปุ่นได้ถูกดำเนินคดีและแม้ว่าอายุความคดีในราชอาณาจักรนั้น ๆ จะขาดอายุความไปแล้ว ก็ยังสามารถใช้ความร่วมมือทางคดีอาญาฟ้องศาลดำเนินคดีในประเทศนั้น ๆ ได้

จนถึงขณะนี้จึงยังไม่สามารถปักธงได้ว่าดีเอ็นเอที่พบบริเวณขอบกางเกงของโทโมโกะเป็นคนประเทศใด แต่รู้เพียงภาพรวมกว้าง ๆ ว่าเป็น “ชาวเอเชีย” เท่านั้น แต่ยืนยันว่าดีเอสไอพยายามทำการสืบสวนอย่างเต็มที่ และให้ความร่วมมือประสานกับทางการญี่ปุ่นต่อเนื่อง เพื่อให้ได้บทสรุปที่ชัดเจนที่สุดต่อไป.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน