เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น เผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปภาพเหตุการณ์วัยรุ่นหญิงรายหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรุมทำร้าย และมีคู่กรณีตามมาเป็นหญิง 3 คน โวยวายอยู่หน้าร้านขายอาหารริมบึงหนองโคตร โดยผู้บาดเจ็บหลบอยู่ในร้าน ก่อนที่เจ้าของร้านจะบอกให้กลับไป พร้อมข้อความระบุว่า “มากินข้าว มาเจอน้องรุมทำร้าย เลยได้ช่วย ถ้าน้องไม่วิ่งมาน้องอาจถึงขั้นชีวิตได้ จะมีเรื่องกันเเค่ไหน ก็ไม่ควรทำร้ายกับถึงขั้นชีวิต น้องโดนรุมทำร้าย วิ่งมาให้ช่วย น้องบอกมีผู้หญิงรุม 20 คน อันนี้ไม่รู้จริงมั้ย แต่น้องโดนรุมจริง เหตุการณ์นี้เข้าข่าย พยายามฆ่าคนตายให้ได้ น้องสลบปลุกน้องขึ้นมาตีอีกรอบน้องบอก จนได้วิ่งมาให้ช่วย ตรงที่เกิดเหตุมืดด้วย ไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์เลยไม่เห็น เด็กสมัยนี้เนาะ แชร์ออกไป ญาติใคร หลานใคร เอาให้สุดนะครับ แชร์ออกไป เหตุการณ์นี้น้องต้องได้ความยุติธรรม”

จากนั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในจุดที่เกิดเหตุ พร้อมประสานงานไปยัง นายสมชาย อายุ 45 ปี พ่อของผู้บาดเจ็บ ทราบว่า คนที่โดนทำร้ายนั้นคือ น้องแอ้ม อายุ 16 ปี โดยให้ข้อมูลว่า ลูกสาวโทรศัพท์มาบอกว่าโดนรุมทำร้ายที่ริมบึงหนองโคตร โดยคนที่ทำร้ายนั้น มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงเกือบ 20 คน ส่วนสาเหตุเกิดจากความหึงหวง ที่มีผู้ชายมาคุยกับลูกสาว ซึ่งลูกสาวก็ไม่รู้ว่าผู้ชายมีแฟนอยู่หรือไม่ พออีกฝ่ายมาเจอลูกสาวระหว่างทาง ก็เข้ามารุมทำร้ายร่างกาย โดยลูกสาวยืนยันว่าไม่ได้ไปยุ่ง แต่อีกฝ่ายคาดว่าจะเข้าใจว่าลูกสาวไปยุ่งกับฝ่ายชายจึงหึงหวง

“คืนเกิดเหตุลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเพื่อน เป็นจังหวะที่อีกฝ่ายผ่านมาเห็นพอดี จึงขี่รถจักรยานยนต์ตามลูกสาวไป โดยพาผู้ชายมาด้วยแล้วไปรุมทำร้าย และในคลิปนั้นจะมีผู้ชายยืนอยู่ด้วย ซึ่งลูกสาวยืนยันว่าถูกทำร้ายทั้งชายและหญิง และจำหน้าคนที่ทำร้ายได้ทั้งหมด โดยคนที่ตีหนักสุดชื่อว่ามุก ที่สวมใส่ชุดนอน ตนเองในฐานะพ่อ ก็อยากให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะนี้แม่ของลูกสาว กำลังเดินทางจากชลบุรีไปหาลูกสาว เพื่อติดตามการดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.บ้านเป็ด” นายสมชาย กล่าว

ขณะที่นางพงศธร อายุ 32 ปี พลเมืองดีที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจ สภ.บ้านเป็ด มาตรวจสอบช่วยเหลือ กล่าวว่า ขณะที่นั่งเล่นอยู่ในร้าน น้องที่บาดเจ็บวิ่งร้องขอความช่วยเหลือเข้ามาที่ร้าน โดยทีแรกไม่ได้คิดว่าถูกทำร้าย คิดว่าวิ่งเล่นกับเพื่อน แต่พอเข้ามาถึงในร้าน เห็นเลือดออกจากปาก ทุกคนในร้านต่างตกใจกันหมด พร้อมกับมีคู่กรณีที่วิ่งตามน้องมาเป็นผู้หญิง 3 คน มาโวยวายอยู่หน้าร้าน ตนจึงบอกกลุ่มที่วิ่งตามมาว่า มีปัญหาอะไรก็ค่อยคุยกัน เพราะที่นี่เป็นร้านอาหาร

“น้องที่บาดเจ็บร้องไห้พร้อมกับบอกว่าช่วยด้วย หนูไม่ไหวแล้ว ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีจะออกจากร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีวัยรุ่นอีกหลายคนยืนอยู่ ตนเองจึงเดินไปดูเห็นเลือดเต็มปากเนื้อตัวมอมแมม สภาพอ่อนแรง จึงรีบโทรฯ แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบช่วยเหลือ และเท่าที่สอบถาม น้องบอกอีกว่าคนที่ทำร้ายนั้นรู้จักกัน เคยเรียนด้วยกันมา แต่ทะเลาะกัน โดยเมื่อวานได้มีการเคลียร์ใจกันไปแล้วรอบหนึ่ง และเคลียร์กันจบแล้ว โดยมีการทะเลาะวิวาทตีกันไปแล้วรอบหนึ่ง พอมาเมื่อคืนอีกฝ่ายไม่ยอมจบ ตามมาตีอีกรอบ แต่ไม่ทราบรายละเอียดลึกๆ ว่าต้นสายปลายเหตุมายังไง เพราะน้องที่บาดเจ็บอาการหนัก โดยเฉพาะช่องปาก ฟันหน้าหักหมด ปวดกราม ปวดศีรษะจากการโดนจับศีรษะฟาดพื้น และบอบช้ำทั้งตัว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาน้องไปรักษาที่โรงพยาบาล”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า ขณะที่ทางผู้บาดเจ็บยังไม่ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในการดำเนินการทางกฎหมาย แต่ในเบื้องต้นนั้นจากการตรวจสอบกับเจ้าของร้านที่ให้การช่วยเหลือนั้น ได้ข้อมูลว่า ผู้บาดเจ็บรอทางพ่อแม่ซึ่งอยู่ กทม. เดินทางกลับมา และจะพาเข้าแจ้งความ ทั้งนี้หากผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความแล้ว ก็จะสามารถติดตามตัวคนที่ทำร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายในส่วนความผิดที่เกี่ยวข้องได้ และกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีคลิปหลักฐานขณะเกิดเหตุ และทั้งสองฝ่ายจะต้องรู้จักกัน คาดว่าจะสามารถติดตามตัวได้อย่างรวดเร็วทันทีที่ผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ