เด็กหญิง ฮูดา เจ๊ะสะแม วัยเพียงแค่ 10 ขวบ ได้ลงสนามให้ทีมในเกม ไทยวีเมนส์ลีก 2 ฤดูกาล 2026 รอบคัดเลือก ที่สนามศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางมด เมื่อ 26 ก.ย. 68 เกมระหว่าง โรงเรียนนาหลวง เสมอ โรงเรียนกีฬาจังหวัดนคสวรรค์ 3-3 โค้ชทีมโรงเรียนนาหลวง ส่ง ฮูดา เจ๊ะสะแม โกลวัยจิ๋วลงสนามนาทีที่ 80 แทนที่ ชณัฐฎา สะนีเฮง ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มีรอยยิ้ม ที่ได้เล่นในบอลระดับไทยวีเมนส์ลีก
น้องฮูดา เพิ่งอายุ 10 ขวบ กำลังจะอายุครบ 11 ขวบ ในวันที่ 5 ต.ค. 68 ได้ทำลายสถิติ ผู้รักษาประตูอายุน้อยที่สุดในไทยวีเมนส์ลีก ทำลายสถิติ “น้องพิมพ์” ด.ญ.พิมพ์ลภัส อี้วงศ์ ในวัย 12 ขวบ 5 เดือน ที่ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับทีมอาม่าแอนด์มาสุข ในไทยวีเมนส์ลีก ดิวิชั่น 2 นัดที่แพ้ รร.กีฬานครสวรรค์ ไทเกอร์สปอร์ต

โดยผลแข่งขันดังกล่าว ทำให้ โรงเรียนนาหลวง มี 7 แต้มจาก 3 นัด ได้ผ่านสู่ไทยวีเมนส์ลีก 2 ฤดูกาล 2026 ร่วมกับ ศรีสะเกษ
“กีฬาเดลินิวส์” สัมภาษณ์ “วี” อัรฮาวี เจ๊ะสะแม บิดาของ น้องฮูดา นักเรียน ป.5 โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร แห่งที่ 3 โดย พ่อวี ที่เป็นโค้ชฟุตซอล และเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธนบุรี กล่าวว่า ปกติน้องเล่นฟุตซอล จนอายุ 9 ขวบ “โค้ชตัง” ฐิติวัฒน์ มาสุข โค้ชทีมโรงเรียนนาหลวง ก็จับเล่นฟุตบอลสนามใหญ่ เตรียมส่งแข่ง ไทยวีเมนส์ลีก ก่อนลงสนามแมตช์ดังกล่าว ก็คุยกับโค้ชแล้วว่า อาจให้น้องลงสนาม เพราะกำลังเข้ารอบอยู่แล่ว แต่ไม่ได้บอก น้องฮูดา ต้องการให้เซอร์ไพร้ส์ และเป็นไปตามวิถีฟุตบอล ที่ต้องพร้อมเสมอ ตอนโค้ชบอกให้น้องฮูดา วอร์ม น้องยังไม่มั่นใจจะได้ลง เพราะบางทีโค้ชก็ให้วอร์ม

“แข่งเสร็จ ฮูดา เล่าว่า ตื่นเต้นมาก หูดับไปเลย ใครพูดอะไรไม่ได้ยิน ทั้งเขินทั้งตื่นเต้น ปกติเล่นแต่รุ่นเดียวกัน มีเล่นกับผู้ชายบ้าง แต่นี่เล่นลีกอาชีพ”
พ่อวี กล่าวอีกว่า ฮูดา โฟกัสเป็นโกลแต่แรก ไม่คิดเล่นตำแหน่งอื่น มีไอดอลอย่าง ภาคียะ จันทร์แถม, คฑาวุธ หาญคำภา นักฟุตซอลทีมชาติไทย, ฐิติวัฒน์ มาสุข อดีตเยาวชนทีมชาติ ที่มาเป็นโค้ช เป็นไอดอล
“ส่วนต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ น้องชอบ อองเดร โอนานา แต่หลังๆ เปลี่ยนใจไม่ชอบแล้ว ไปชอบ ดาบิด เด เคอา แทน” พ่อวี กล่าว

ส่วน “โค้ชตัง” ฐิติวัฒน์ มาสุข โค้ชทีมโรงเรียนนาหลวง ให้สัมภาษณ์กับ “กีฬาเดลินิวส์” กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นโค้ช อาม่าแอนด์มาสุข ที่ส่ง น้องพิมพ์ ลงทำสถิติอายุน้อยสุดไทยวีเมนส์ลีก ส่วน น้องฮูดา นั้น รู้จักคุณพ่อมาก่อน เพิ่งจับมาเล่นสนามใหญ่ได้ราว 1 ปี ก่อนแข่งเกริ่นๆ ว่าจะส่งลง แต่ไม่บอกรายละเอียดว่าลงกี่นาที ลงตอนไหน พอจะเปลี่ยนก็ทำสัญญาณให้น้องไปวอร์ม ไม่ได้คุยอะไร รู้ดีว่าจะยิ่งตื่นเต้น พยายามทำทุกอย่างเป็นปกติ ส่วนน้องฮูดา พอรู้ว่าได้ลง ก็ไม่พูดอะไร เงียบเลย สีหน้าแววตา น่าจะตื่นเต้น แข่งเสร็จในห้องแต่งตัวก็เงียบ น่าจะยังเกร็ง ทั้งที่ปกติจะไม่เงียบ ชอบพูด ชอบคุย อย่างไรก็ตามสีหน้าน้องก็ยิ้มตลอด อย่างมีความสุข
“ผมตื่นเต้นกว่า ตอนเด็กเราไม่มีโอกาส ก็พยายามส่งต่อความฝัน ให้ไปเก็บประสบการณ์” โค้ชตัง กล่าว.
(ภาพจาก Thai Women’s Football)




