เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเลือกตั้งซ่อม สส. เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีประชาชนเดินทางมาเข้าคิวรอใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียงก่อนเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 08.00 น.
ก่อนเริ่มการลงคะแนน คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และประชาชนผู้มาใช้สิทธิ ได้ร่วมกันเคารพธงชาติ เพื่อแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชนชาวไทยในการใช้สิทธิทางประชาธิปไตย และตระหนักถึงหน้าที่พลเมืองในการเลือกตัวแทนเข้าสภาผู้แทนราษฎร

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 โรงเรียนบ้านจะเนียว ตำบลกระหวัน อำเภอขุนหาญ มีประชาชนทยอยมารอก่อนเวลาเปิดหีบอย่างหนาแน่น โดยผู้มาใช้สิทธิคนแรกของหน่วยดังกล่าวคือ นายสัญญา อุ่นแก้ว อายุ 49 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาใช้สิทธิในครั้งนี้ หลังจากครั้งก่อนต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากปัญหาด้านข้อกฎหมายและการร้องเรียน “ผมตั้งใจมาก วันนี้มารอตั้งแต่เช้า เพราะถือว่าการเลือกตั้งคือหน้าที่ของประชาชน และผมก็ไม่เคยพลาด” นายสัญญา กล่าว
ขณะเดียวกัน คุณยายหนูทิพย์ สุภาพ อายุ 80 ปี ก็เป็นหนึ่งในผู้สูงอายุที่มารอใช้สิทธิตั้งแต่เช้าเช่นกัน โดยเปิดเผยว่า “ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ ถ้ายังมีแรงเดิน ก็จะมาเลือกตั้งทุกครั้ง เพราะนี่คือสิ่งที่เราควรทำในระบอบประชาธิปไตย ดิฉันรู้สึกภูมิใจมากทุกครั้งที่ได้กาบัตร”

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกลุ่มผู้พิการ และคนทุกเพศทุกวัย ทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเช้า โดยไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น ขณะที่สภาพอากาศในพื้นที่ถือว่าเอื้ออำนวย ไม่มีฝนตก ฟ้าเปิดตลอดทั้งวัน ทำให้การเดินทางมาใช้สิทธิของประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น

ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งในอำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ โดยเปิดเผยว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 236 หน่วย แบ่งเป็น อำเภอขุนหาญ 150 หน่วย และอำเภอภูสิงห์ 86 หน่วย มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมกว่า 120,000 คน
“บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยทุกคนมีความพร้อมและปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส ที่สำคัญคือวันนี้ฝนไม่ตก ถือว่าอากาศเป็นใจมาก ประชาชนก็ให้ความร่วมมืออย่างดี” นายแสวง กล่าว
สำหรับกรณีการร้องเรียนเรื่องการปราศรัยของผู้สมัครทั้งสองหมายเลข คือ นางสาวภูริกา สมหมาย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 และนางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 2 นั้น นายแสวง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐาน ว่ามีความผิดหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ กกต.คาดว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 แม้จะมีปัจจัยด้านความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนบางจุดที่อาจทำให้ประชาชนบางส่วนลังเลในการเดินทางมาใช้สิทธิ
สำหรับผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าจะทราบได้ไม่เกินเวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน หากไม่มีเหตุขัดข้องหรือปัญหาในการนับคะแนน.



