แต่ที่จริงแล้ว สทร. คือ สำนักงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) ได้เชิญให้ไปร่วมฟังการถ่ายทอดองค์ความรู้ จากหน่วยงานวิจัยของ ม.สงขลานครินทร์ เรื่องการพัฒนากำแพงกันเสียงจากผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งได้รับทุนวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของชาติจาก บพข.

ผมเพิ่งทราบว่ามีองค์การมหาชนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการขนส่งระบบราง ซึ่งถ้าเป็นประเทศในกลุ่ม EU จีน และญี่ปุ่น องค์กรนี้จะมีความสำคัญมาก เป็นองค์กรที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว โดยประเทศเหล่านั้นเน้นงานวิจัยพัฒนาที่ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยเรามีเป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยี
จะดีกว่านี้หรือไม่ ถ้าภารกิจขององค์กรจะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่กว่านี้ ขยายเศรษฐกิจด้วยการวิจัยการขนส่งระบบราง


ในงานนี้นักวิจัยจาก ม.สงขลานครินทร์ ได้แสดงผลงานกำแพงกันเสียงที่ทำจากวัตถุดิบที่มาจากการเกษตร ช่วยพัฒนาตลาดยางดิบของชาวสวนยางพารา กำแพงกันเสียงนี้สามารถลดเสียงได้หลายสิบเดซิเบล ช่วยลดมลพิษด้านเสียงที่เป็นปัญหาของชุมชนตลอดทางรถไฟ รวมถึงสามารถใช้ลดเสียงตามทางหลวงไฮเวย์ได้ด้วย
น่าเสียดาย ที่กำแพงกันเสียงที่ดี แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชุมชน และเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง ยังไม่สามารถเป็นส่วนประกอบมาตรฐานของการขนส่งระบบรางของไทยได้ ต้องผ่านด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม การพิสูจน์ความทนทาน และราคา รวมถึงข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างที่วางระเบียบไว้ซับซ้อน


นักวิจัยและผู้ประกอบการจึงต้องไปขายในต่างประเทศ ในสหรัฐอเมริกาก่อน คล้าย ๆ กับกรณีแผ่นยางลดเสียงรางที่วิจัยโดย อาจารย์มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าลาดกระบัง ที่ต้องไปขายที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ก่อน โจทย์คือทำอย่างไร ให้ผู้ประกอบการระบบรางไทยสนับสนุนนวัตกรรมของไทย ใครจะเป็นคนปลดล็อกมาตรฐานและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มีมากมาย และอีกไม่นานก็จะมีการเปิดตัวโบกี้รถไฟระดับหรู เพื่อสู้กับการเดินทางด้วยเครื่องบิน

ถ้า สทร. บพข. ววน. ชื่อหน่วยงานวิจัยที่ประชาชนไม่คุ้นเคย ต้องใช้พลังบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ใช้เป้าหมายทางธุรกิจ ใช้โจทย์จริงของผู้ประกอบการมาทำวิจัย เร่งรัดหน่วยงานมาตรฐานต่าง ๆ พัฒนาคุณภาพของวัตถุดิบการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงการพัฒนาเปิดตลาดใหม่ที่ปลายน้ำ งานวิจัยดี ๆ เหล่านี้จะได้ลงจากหิ้ง ไปสู่ห้างได้เร็วขึ้นอย่างยั่งยืน.



