เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมป้องกันโบราณสถานและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ณ วัดไชยวัฒนาราม  วัดธรรมาราม และป้อมเพชร พร้อมทั้งรับฟังแผนการบริหารจัดการและการป้องกันโบราณสถานจากเหตุอุทกภัย

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางของประเทศไทย ส่งผลให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันโบราณสถานและติดตามสถานการณ์ในทุกวัน ซึ่งมีโบราณสถานที่รับผิดชอบ จำนวน 394 แห่ง เป็นโบราณสถานในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 189 แห่ง และนอกเกาะเมือง 205 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการป้องกันโบราณสถานร่วมกับวัดหรือเจ้าของ/ผู้ครอบครองโบราณสถาน มณฑลทหารบกที่ 18 สระบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา

โดยวัดไชยวัฒนาราม ได้ดำเนินการติดตั้งแผงป้องกันน้ำท่วมแบบพับเก็บได้ ทำคันดินกั้นน้ำด้านหลังวัด และเตรียมความพร้อมขนย้ายแผ่นเสริมความสูงของแผงป้องกันน้ำและซ่อมบำรุงแผงกันน้ำ  ขณะนี้ระดับน้ำยังไม่ถึงแผงป้องกันน้ำ ส่วนที่วัดธรรมารามมีการติดตั้งแผงป้องกันน้ำและระดับน้ำยังไม่ถึงแผงป้องกันเช่นกัน หมู่บ้านโปรตุเกส ดำเนินการติดตั้งแผงป้องกันน้ำ และวางกระสอบทรายระหว่างช่องประตูด้านใต้ และป้อมเพชร ได้ดำเนินการวางแนวกระสอบทรายแล้ว

นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า ได้ย้ำให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมบุคลากร วัสดุและอุปกรณ์ ตลอดจนประสานความร่วมมือเพื่อบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการป้องกันโบราณสถานจากเหตุภัยพิบัติ โดยปัจจุบันพื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานสำคัญสูงสุดยังไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตลอดจนเส้นทางคมนาคมยังสามารถเข้าถึงได้ตามปกติ ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้บรรจุแผนงานมาตรการลดผลกระทบจากภัยพิบัติไว้ในแผนปฏิบัติการการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พุทธศักราช 2566-2575 มีการบริหารจัดการเป็นขั้นตอนในทุกปี.