สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า นับตั้งแต่รัฐบาลโซลบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลวอชิงตัน ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อลดอัตราภาษีของสหรัฐจาก 25% เหลือ 15% ทางการเกาหลีใต้ระบุว่า การลงทุนมูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะอยู่ในรูปแบบของเงินกู้ การค้ำประกันเงินกู้ และส่วนของผู้ถือหุ้น
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เกาหลีใต้จะ “ลงทุนล่วงหน้า” ในสหรัฐ แม้รัฐบาลโซลโต้แย้งว่า การลงทุนดังกล่าวอาจทำให้ประเทศประสบกับวิกฤติทางการเงิน
South Korea cannot pay $350bn to US for tariff deal, top aide says https://t.co/Q5itQFJZm4
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) September 27, 2025
“จุดยืนที่เรากำลังพูดถึงไม่ใช่กลยุทธ์การเจรจา แต่มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถรับมือได้อย่างเป็นรูปธรรมตามความเป็นจริง และเราไม่สามารถจ่ายเงินสด 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้” นายวี ซอง-ลัก ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ กล่าว
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ ซึ่งให้คำมั่นว่าจะลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการของสหรัฐ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐ เกี่ยวกับการควบคุมเงินทุนข้างต้น ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐเกาหลีใต้กล่าวว่า การเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงการค้าอย่างเป็นทางการ “เจอกับทางตัน”
ด้านวี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลโซลอยู่ระหว่างการหารือถึงทางเลือกอื่น ๆ และมุ่งเป้าไปที่การประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพในเดือนหน้า ซึ่งคาดว่าทรัมป์จะเข้าร่วมด้วย เพื่อสรุปข้อตกลงการค้ากับรัฐบาลวอชิงตัน.
เครดิตภาพ : AFP



