ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกรณีปัญหาของสมาคมกีฬาเปตองไทยแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งถูกสหพันธ์กีฬาเปตองและโบว์ลโลก (WPBF) ลงโทษแบน ห้ามส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ที่สหพันธ์ฯ ให้การรับรอง อันเนื่องจากประเด็นเรื่องผู้นำองค์กรขาดคุณสมบัติ โดยกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ยังเป็นอีกมหกรรมกีฬา ที่สหพันธ์ฯ ได้ให้การรับรอง พร้อมทำหนังสือแจ้งต่อชาติสมาชิกในอาเซียน ที่เกี่ยวข้องให้ทราบด้วยว่า หากชาติใด ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ จะถูกแบน ห้ามเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นระยะเวลา 2 ปี จนถึงซีเกมส์ครั้งที่ 34 ที่มาเลเซีย ในปี 2027 ซึ่งรวมถึงเวิลด์เกมส์, เอเชียนเกมส์ และเอเชียนมาสเตอร์เกมส์ ด้วย

กระทั่งสัปดาห์ก่อน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลงานการกีฬาของชาติ ได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.68 และให้คณะทำงาน ส่งเอกสารชี้แจง พร้อมส่งตัวแทนรัฐบาลไทย เดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อชี้แจงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้กีฬาเปตองสามารถกลับมาจัดแข่งขันได้ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยคณะเจรจา มี “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย “บิ๊กแนต” นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานฯ นำทีม เดินทางไปร่วมเจรจา
ล่าสุด เมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ได้เปิดเผยถึงผลการเข้าพบและพูดคุย เพื่อชี้แจงรายละเอียดและข้อเท็จจริงต่างๆ อย่างละเอียด กับ โคลด อาเซมา ประธาน WPBF ว่า ในการพบปะกับท่านประธานเปตองโลก ตนได้เล่าปัญหาและข้อเท็จจริงต่างที่เกิดขึ้นให้เขาฟังหลายเรื่อง รวมถึงชี้แจงถึงการเดินทางมาในครั้งนี้ด้วยตัวเอง ก็เพื่อที่จะแสดงความมุ่งมั่นและทุ่มเท ในการทำให้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มีการแข่งขันเปตองเกิดขึ้นตามแผน

“ที่สำคัญมากคือมีหนังสือมาจากรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้เขียนชี้แจงและแสดงความจริงใจว่า ในนามรัฐบาล ไทยพร้อมเดินตามแนวทางการทำงานของสหพันธ์ฯ และมีความมุ่งมั่นที่จะการแข่งขันเปตองในซีเกมส์ 2025 และยังมีหนังสือชี้แจงจากทาง กกท. ถึงประเด็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันด้วยอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเมื่อประธานโคลด อาเซมา ได้อ่านแล้วค่อนข้างดีใจและเกิดมั่นใจในแนวทางการแก้ปัญหาของไทย พร้อมกันนี้ได้อนุญาตให้ไทยเดินหน้าจัดการแข่งขันเปตองในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ได้ต่อไปตามเดิม”
“สุดท้ายแล้วถือว่าการมาครั้งนี้สัมฤทธิ์ผลอย่างที่เราต้องการ ต้องของคุณทางรัฐบาลไทย ที่แสดงความจริงใจ ส่งสารลงนามโดยรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และทาง กกท. ก็แสดงความจริงใน และน้อมรับในความผิดพลาดในการสื่อสาร ทำหนังสือมาชี้แจงและอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะได้รับความร่วมไม้ร่วมมือจากทุกฝ่าย และทำให้กีฬาเปตองในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 สามารถกลับมาจัดการแข่งขันได้ตามเดิม” บิ๊กเอ กล่าว



