เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ในช่วงวันที่ 29 ถึงเช้าวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา หลังอิทธิพลของพายุโซนร้อนบัวลอย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ หนองคาย และพิษณุโลก ส่งผลให้บ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง มีการตัดขาดเส้นทางสัญจร และมีรายงานผู้เสียชีวิต

อัปเดตเส้นทางพายุไต้ฝุ่น ‘บัวลอย’ อิทธิพลมรสุมกระทบไทย ‘ฝนตกหนัก’

ขอนแก่น – พื้นที่ ต.พังทุย อ.น้ำพอง เผชิญกับน้ำจากลำห้วยเสียวเอ่อล้น และน้ำจากเขาไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตร โดยชาวบ้านระบุว่าไม่เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่เช่นนี้มาก่อนในรอบหลายสิบปี เจ้าหน้าที่กองเรือน้ำพอง ต้องนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือ ลุงทองพูน ซึ่งติดอยู่ในบ้านสวนพร้อมสุนัข 3 ตัว ได้อย่างปลอดภัย ขณะที่พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 2,000-3,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่บ้านหนองบัวบาน ต.ทรายมูล หลังลงไปหาปลาและเก็บเครื่องมือหาปลา ก่อนถูกน้ำป่าพัดเข้าไปในท่อระบายน้ำ

พิษณุโลก – พายุบัวลอยถล่มภาคเหนือตอนล่างด้วยปริมาณน้ำฝนกว่า 200 มิลลิเมตร ในไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรในหลายหมู่บ้านของ ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ โดยเฉพาะหมู่ที่ 1, 2, 7 และ 8 รวมถึงในพื้นที่ ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเช่นเดียวกัน ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ ขณะที่น้ำจากบ้านน้ำจวง ต.บ่อภาค ซึ่งอยู่บนพื้นที่สูง ก็กำลังไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าช่วยเหลือและแจ้งเตือนเฝ้าระวังดินสไลด์

ชัยภูมิ – พื้นที่จังหวัดชัยภูมิมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนเทือกเขาภูแลนคา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าท่วมถนนภายในหมู่บ้าน บ้านท่าเว่อ หมู่ 7 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน ถูกตัดขาด และการสัญจรลำบาก มีรายงานการขอความช่วยเหลือเร่งด่วน โดย น.ส.จิตรภรณ์ กล้าแท้ ส.อบจ.ชัยภูมิ ได้สนับสนุนเรือเจ็ตสกี เข้าช่วยเด็กอายุ 9 เดือน ที่มีอาการไข้สูง ออกจากพื้นที่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ทันเวลา และอาการปลอดภัยแล้ว

หนองคาย – อิทธิพลของพายุทำให้มีฝนตกหนักทั่วถึงตั้งแต่เย็นวันที่ 29 ก.ย. ต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันที่ 30 ก.ย. แม้ว่าระดับน้ำโขงที่วัดได้ 7.96 เมตร จะยังต่ำกว่าตลิ่ง 4.24 เมตร และน้ำไหลสะดวก สามารถรองรับมวลน้ำและฝนในพื้นที่ได้ แต่มีรายงานผลกระทบจากแรงลมใน อ.โพนพิสัย ทำให้มีต้นไม้ใหญ่หักโค่นขวางถนน และเวทีชั่วคราวที่เตรียมจัดงานออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก ถูกแรงลมพัดเสียหาย โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งตัดต้นไม้เปิดเส้นทางจราจรแล้ว