นายสัญญา สถิรบุตร ที่ปรึกษาบริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าว “ฆ่าโง่…จุดหักเหคดีโฮปเวลล์” ภัยคุกคามอำนาจอธิปไตยของชาติ ว่า วันนี้มีการกล่าวคำเท็จของประธานพรรคการเมืองหนึ่งว่า มีการจ่ายเงินวิ่งเต้น 1 หมื่นล้านบาท เพื่อแลกกับการให้จบกรณีข้อพิพาทในคดีโฮปเวลล์ ในประเด็นคดีขาดอายุความ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยภายหลังจากศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาว่า คดีโฮปเวลล์ขาดอายุความ ทำให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยฯ 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้กับ บริษัท โฮปเวลล์นั้น ทางโฮปเวลล์ ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดแล้ว ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลฯ

นายสัญญา กล่าวต่อว่า กรณีโฮปเวลล์ มีความพยายามสมคบคิดกันใช้อำนาจโดยมิชอบ ภายใต้กลไกอำนาจฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ คุกคามอำนาจตุลาการ มุ่งหวังผลล้มล้างคำพิพากษาที่เป็นที่สุดและเด็ดขาดแล้ว ซึ่งข้อสังเกตที่สะท้อนพฤติการณ์ไม่เคารพคำตัดสินของศาล สามารถสังเกตเห็นได้จากคล้อยหลังคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด เดือน เม.ย.2562 ที่สั่งให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. คืนเงินลงทุน และเงินค่าตอบแทนตามสัญญาก่อสร้างโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Elevated Road and Train System-BERTS) จำนวน 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย แก่บริษัทโฮปเวลล์ฯ  ได้มีการออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ลงวันที่ 20 มิ.ย.2562 ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานกรณีโฮปเวลล์ โดยระบุเหตุผลเนื่องจากผลของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่รัฐ

นายสัญญา กล่าวอีกว่า คำสั่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าวเป็นเหมือนสารตั้งต้นที่นำไปสู่กระบวนการล้มล้างคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขบวนการล้มล้างคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว น่าจะต้องถูกประณาม เพราะเป็นขบวนการเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบบยุติธรรม และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ

ด้านนายคอลลิน  เวียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกในงานแถลงข่าว “ฆ่าโง่..จุดหักเหโฮปเวลล์ : ภัยคุกคามอธิปไตยของชาติ” มีใจความสำคัญระบุว่า ข้อกล่าวหาการติดสินบนด้วยเงินจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อล้มคดี เป็นข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ยืนยันว่า บริษัทโฮปเวลล์ฯ เป็นบริษัทมหาชน ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สากล ให้การเคารพต่อกฎหมาย ตลอดจนกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด และยึดถือการดำเนินกิจการด้วยความสุจริตโปร่งใส ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการกระทำใดๆ ก็ตามที่ผิดกฎหมาย และไม่มีนโยบาย หรือการปฏิบัติในการจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือการติดสินบนในรูปแบบต่างๆ.