เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดีที่ นายเอกลักษณ์ แพน้อย จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายลิม กิมยา (Lim Kim Ya) สัญชาติกัมพูชา อดีตสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านพรรคกู้ชาติกัมพูชา วัย 74 ปี

กรณีเมื่อวันที่ 7 ม.ค. เวลาประมาณ 17.30 น. ที่บริเวณวงเวียนสิบสามห้าง ย่านถนนข้าวสาร มีเจตนาฆ่านายลิม กิมยา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าว ซึ่งจำเลยได้ตระเตรียมมายิงไปยังบริเวณกลางลำตัวด้านหลังของผู้เสียหายจำนวน 3 นัด และกระสุนปืนถูกบริเวณหน้าอกข้างซ้ายของผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตาย ณ บริเวณที่เกิดเหตุ สมดังเจตนาฆ่าของจำเลย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 89(4), 371, 376, พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ เหตุเกิดที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ในวันนี้ ช่วงเช้า นางแอนาลิม อนิ สัญชาติฝรั่งเศส ภรรยาผู้เสียชีวิต พร้อมทนายได้เดินทางมาศาล กรณีศาลนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 2 ปาก

นางแอนาลิม ให้สัมภาษณ์ผ่าน น.ส.ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข ล่ามชาวไทยว่า คดีนี้รู้สึกเสียใจมากที่เห็นสามีถูกยิงต่อหน้าต่อตา ที่กลางถนนสาธารณะในกรุงเทพมหานคร หลังเหตุการณ์สามีถูกยิง การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปมาก และภรรยาผู้ตายได้เบิกความต่อศาลไว้แล้ว นัดนี้จึงมาสังเกตการณ์และร่วมฟังการสืบพยานฝ่ายโจทก์ ที่เป็นพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เพื่ออยากทราบสาเหตุหรือแรงจูงใจของการกระทำผิด รวมทั้งอยากทราบว่าจะสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้สั่งการได้ไหม เพราะส่วนตัวคิดว่าคงไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดที่เป็นชาวกัมพูชามาลงโทษตามกฎหมายได้

ต่อมา เวลา 12.00 น. น.ส.ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความโจทก์ร่วมของภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า ในช่วงเช้ามีกำหนดนัดสืบพยานชาวต่างชาติที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานแต่ปรากฏว่าไม่ได้มาศาล จึงยังไม่ได้สืบพยานแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ภรรยาของผู้ตาย เข้าเป็นโจทก์ร่วมเฉพาะข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ตามที่ยื่นคำร้อง ส่วนช่วงบ่ายจะเริ่มสืบพยานคดีนี้อีก 2 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม สำหรับคดีนี้โจทก์ได้เตรียมพยานไว้จำนวน 20 กว่าปาก ใช้เวลา 3 นัด