เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  เคยพูดว่าจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ก็มาเป็นและเมื่อไปไล่อ่านคำแถลงนโยบายรัฐบาลก็ไม่ว้าวและยังมีเอ๊ะคือ ไม่มีอะไรใหม่ แค่บอกจะทำอะไร แต่เอ๊ะเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีที่รัฐบาลปกติไม่กล้าตั้ง นายอนุทินบอกเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ตั้งมาเพื่อแก้ความเสียหายจากรัฐบาลที่แล้ว รวมถึงการตั้งรัฐมนตรีที่รัฐบาลที่แล้วไม่กล้าตั้งหรือไม่ จึงลุยไฟตั้งเอง เป็นระดับรองนายกรัฐมนตรี 2 คน ที่มีปัญหาความน่าเชื่อถือบกพร่อง เป็นรัฐมนตรีต้นทุนต่ำ หักหลังประชาชนหรือไม่ 1. กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ มีคลิปที่เป็นไวรัล “มันคือแป้ง” เป็นคดีดังที่ยังเป็นข้อสงสัยเรื่องการถูกจำคุกในต่างประเทศ  แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า ไม่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีตามกฎหมายไทย แต่นำมาซึ่งข้อสงสัย และการตั้งคำถามอย่างรุนแรงถึงคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ และยังมีประเด็นปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองหุ้น โดยไม่แจ้งต่อ ป.ป.ช. รวมถึงมีรายได้ลึกลับจากธุรกิจสลาก น่าแปลกใจตรงที่แจ้งรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทขายสลากใดๆ

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า 2.กรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านตั้งเงื่อนไขไม่ให้ตั้ง เพราะกังวลความโปร่งใส ประเด็นอาคาร SKYY 9 สมัยเป็นรมว.แรงงาน ที่สำนักงานประกันสังคมซื้อทรัพย์สินราคาเกินจริงถึง 61,000-68,000 บาทต่อตารางเมตร สูงกว่าราคาประเมิน 38,900 บาทต่อตารางเมตร ถึงร้อยละ 75 เป็นการประเมินราคาเกินจริง เป็นผลจากกระบวนการที่มีข้อกังขาการประเมินที่อ้างอิงข้อมูลผิดจากความเป็นจริง และอาคารดังกล่าวขาดคุณสมบัติพื้นฐานที่กฎหมายกำหนด เช่น ขาดถนนกว้าง 6 เมตร รอบโครงการ ที่จอดรถไม่เพียงพอ แต่เอกสารซื้อขายระบุว่า อาคารได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว ทั้งที่ความจริงไม่ได้รับการรับรอง หรือไม่  ซ้ำร้ายยังฟ้องปิดปากเสียงวิจารณ์ สะท้อนการขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงจากประชาชน ความรับผิดชอบทางการเมืองย่อมเหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย จึงไม่อาจเชื่อมั่นกับบุคคลที่ตั้งไปรับตำแหน่งที่มีรอยด่างพร้อยในอดีต.