เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนนโยบาย ที่จะเร่งดำเนินการนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ ว่า ถือเป็นวันเริ่มของวงเงินงบประมาณใหม่ และเริ่มตำแหน่งใหม่ สำหรับหัวหน้าส่วนราชการที่เพิ่งมีการโยกย้าย นโยบายเป็นไปตามที่รัฐบาลแถลงไป เรื่องการทำงานส่วนใหญ่ตนรู้จักกับหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บริหารองค์กรที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรเรื่องความต่อเนื่องของการทำงาน 

เมื่อถามว่าจะเร่งผลักดันนโยบายอะไรเป็นอย่างแรก นายกฯ กล่าวว่า ตามที่บอกไว้ เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จะเร่งให้การสนับสนุนในทุกภาคส่วน เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังแถลงนโยบายเสร็จก็ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทันที และได้อนุมัติงบกลางให้กองทัพไปจัดเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดน ส่วนจะเป็นการสร้างกำแพงหรือไม่นั้น ในรายละเอียดพูดไม่ได้ เป็นเรื่องของความมั่นคง แต่เรื่องการสนับสนุนงบประมาณก็เพื่อให้กองทัพได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการปกป้องอธิปไตยของบ้านเมืองในปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ ซึ่งก็ไม่ได้ล่าช้า และในวันที่ 2 ต.ค. ที่จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีหลายวาระ หากประชุมเสร็จแล้วอะไรเปิดเผยได้จะมาเปิดเผยให้ทราบ นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. ยังได้อนุมัติงบต่างๆ ที่ไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้ ธ.ก.ส. มีวงเงินไปให้เกษตรกรได้เสริมสภาพคล่องต่อไป เพื่อลดปัญหาที่เป็นคอขวด กระทุ้งเข้าไปให้เม็ดเงินกระจายออกไปในเรื่องเศรษฐกิจ สำหรับเรื่องการบริหารงานก็เป็นไปตามปกติ มีการมอบหมายให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มุ่งเน้นลงพื้นที่ในเขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ

เมื่อถามถึงรายละเอียดโครงการคนละครึ่งสำหรับบุคคลธรรมดาจะมีออกมาเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ภายในเดือน ต.ค. วันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา เราได้กันงบประมาณปี 69 ไว้ใช้สำหรับโครงการนี้อยู่แล้ว เพื่อเร่งขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ เท่าที่ทราบสัปดาห์หน้าหลักการจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และลงทะเบียนได้ไม่เกินกลางเดือน ต.ค. 68 ทั้งนี้ งบประมาณเรากันไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นงบกลาง สามารถนำมาใช้ให้ประชาชนเข้าโครงการนี้ได้เลย รวมไปถึงผู้ประกอบการด้วย 

เมื่อถามต่อว่าการประชุม ครม. ครั้งต่อไปจะมีอะไรออกมาให้ประชาชนบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ก็จะมีเข้ามาเรื่อยๆ พยายามจะไม่ให้มีวาระจรเข้ามา ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา มีวาระจรเข้ามา 7 เรื่อง เพราะมีความจำเป็นเนื่องจากผูกพันงบของปี 68 แต่ถ้าเป็นเรื่องปกติ วาระของ ครม. จะถูกนำส่งมาตั้งแต่วันพฤหัสบดี เพื่อส่งให้ผู้เกี่ยวข้องกลั่นกรองต่อไป 

เมื่อถามอีกว่าระยะเวลา 4 เดือน จะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนได้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เรามีความชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องของการลงทุน ถ้าผู้ประกอบการมีข้อติดขัดอย่างไร สามารถแจ้งมาที่รัฐบาลได้ 

เมื่อถามด้วยว่านอกจากการจะเพิ่มวันประชุม ครม. แล้ว ในส่วนของทีมเศรษฐกิจ จะมีการประชุมมากขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตั้งใจว่าประชุมทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจช่วงบ่ายวันจันทร์ น่าจะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ตอนนี้ให้รัฐมนตรีเข้าไปที่กระทรวง เพราะวันนี้ถือเป็นวันแรกที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มรูปแบบ โดยให้แต่ละท่านไปพบปะข้าราชการ มอบนโยบาย จากนั้นจะเชิญประชุมเป็นกลุ่มๆ.