สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า หน่วยงานทุกแห่งในสังกัดรัฐบาลกลางของสหรัฐเริ่มปิดทำการอย่างไม่มีกำหนด หลังเวลาล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืนของวันพุธที่ 1 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ซึ่งเป็นผลจากการที่แกนนำในสภาคองเกรส ทั้งจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต และทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณฉบับใหม่ได้
The federal government shut down after a deadlocked Congress failed to pass a funding measure to keep the lights on — and no one inside the Capitol knows what will happen next. https://t.co/rPviIypdeQ
— CNN Breaking News (@cnnbrk) October 1, 2025
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี ซึ่สหรัฐเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งภาษาทางการเมืองของสหรัฐเรียกว่า “ชัตดาวน์” ซึ่งความขัดแย้งครั้งก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2561 ตรงกับรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก โดยเกิดจากความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครตกับทรัมป์ ในเรื่องงบประมาณสำหรับการปรับปรุงและก่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนทางตอนใต้ของประเทศ ที่ติดกับเม็กซิโก
President Trump on "A lot of good can come down from shutdowns. We can get rid of a lot of things that we didn't want." pic.twitter.com/8VoDQ2cdq8
— CSPAN (@cspan) September 30, 2025
ภาวะชัตดาวน์ครั้งนั้นกินเวลา 35 วัน จนถึงวันที่ 25 ม.ค. 2562 ซึ่งยาวนานที่สุดในประวัติศาตร์การเมืองของสหรัฐ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลประมาณ 380,000 คน ถูกพักงาน และอีก 420,000 คน ต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ก่อนได้รับการจ่ายย้อนหลัง เมื่อภาวะชัตดาวน์สิ้นสุด
ด้านทรัมป์ประณามพรรคเดโมแครต ว่าเป็นต้นเหตุของการชัตดาวน์ครั้งล่าสุด เนื่องจากก่อนหน้านี้ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก เห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณระยะสั้น 7 สัปดาห์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครตในขั้นวุฒิสภายังคงไม่เห็นด้วย เนื่องจากทรัมป์ต้องการยกเลิกโครงการประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งรวมถึง “โอบามาแคร์” ขณะที่พรรครีพับลิกันมองว่า ระบบประกันสุขภาพดังกล่าว ครอบคลุมแม้กระทั่งกับผู้อพยพผิดกฎหมาย “ซึ่งไม่เป็นธรรม” กับชาวอเมริกันที่เสียภาษี
อนึ่ง นับตั้งแต่ปี 2519 รัฐบาลสหรัฐเผชิญกับภาะชัตดาวน์แล้ว 21 ครั้ง กินเวลาตั้งแต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงยาวนานหลายเดือน.
เครดิตภาพ : AFP



