เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมได้ขอให้ไปทบทวนหลักเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เพื่อขอมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของคุรุสภา เนื่องจากได้รับเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายว่าการทดสอบดังกล่าว จะต้องมีการดำเนินการทดสอบวิชาเอกที่มีมากถึง 60 วิชา เช่น ผู้ที่จะเข้ามาเป็นครูอาชีวะและต้องเข้าทดสอบตามเกณฑ์ดังกล่าว แต่กลับต้องมาทำนั่งทำข้อสอบวิชาวิศวกรรม เป็นต้น เพราะในการเรียนการสอนของผู้เข้าทดสอบก็ผ่านการเรียนวิชาเอกมาแล้วทั้งนั้น ดังนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่จำเป็นในการทดสอบวิชาเอก เพื่อขอมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ควรจะมาดูการทดสอบสมรรถนะด้านอื่นๆ เป็นหลักมากกว่า อีกทั้งการต้องมาทดสอบวิชาเอก ทำให้มีผู้ผ่านเพียง 50% เท่านั้น ดังนั้นหากเราต้องการครูเก่งได้เข้ามาเป็นครูได้จำนวนมาก จำเป็นจะต้องปลดล็อกในประเด็นนี้ โดยไม่ได้ละเลยหลักการทางวิชาการและหลักการของวิชาชีพครูแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในการจัดทดสอบรอบถัดไปเดือน ม.ค. 2569 จึงขอให้มีการชะลอไปก่อนจนกว่าการปรับปรุงหลักเกณฑ์จะเสร็จเรียบร้อย ซึ่งได้กำชับให้คุรุสภาดำเนินการให้เร็วที่สุด

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. … เนื่องจากการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพของวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ จะนำไปสู่การผลิตครูการศึกษาพิเศษที่มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีสมรรถนะสูง มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอน และมีคุณลักษณะเฉพาะที่สอดคล้องกับบริบทความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครูการศึกษาพิเศษ และสอดคล้องกับข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชาชีพครู พ.ศ. 2565 โดยคุรุสภาจะไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป