ภายหลังรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนเยียวยาผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลจึงมีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง กรอบวงเงิน 2,060 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 69 นายสมบูรณ์ พูนพิพัฒน์ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เปิดเผยว่า เพิ่งทราบข่าวมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล และยังไม่ได้เดินทางไปลงทะเบียน โดยระบุว่า หากได้รับเงินช่วยเหลือ 840 บาท ก็พอช่วยเติมน้ำมันได้บ้าง แต่ในปัจจุบันต้องเติมน้ำมันวันละประมาณ 100 บาทเหมือนเดิม ขณะที่น้ำมันหมดเร็วขึ้น รายได้ต่อวันอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาท ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นายสมบูรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้ความช่วยเหลือในอัตราที่มากขึ้น เช่น 1,000 บาทขึ้นไป หรือแนวทางที่สำคัญที่สุดคือการลดราคาน้ำมันลง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ด้านนายสาคร มะทะลา วินมอเตอร์ไซค์อีกหนึ่งราย เปิดเผยว่า ตนขับวินมากว่า 15 ปี และได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ลดลง จากเดิมเติมน้ำมันวันละ 60-80 บาท ปัจจุบันเพิ่มเป็น 120-130 บาท

นายสาครระบุว่า เพิ่งทราบเรื่องโครงการช่วยเหลือจากสื่อมวลชน และกำลังพิจารณาว่าจะไปลงทะเบียนหรือไม่ หากมีเวลาว่างก็จะไปดำเนินการ แต่หากไม่สะดวกอาจต้องสละสิทธิ อย่างไรก็ตาม มองว่ามาตรการของรัฐถือเป็นเรื่องที่ดี แม้จำนวนเงินไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือใด ๆ และยังคงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการลดราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สะท้อนตรงกันว่า แม้มาตรการเยียวยาจะช่วยบรรเทาภาระในระยะสั้น แต่ปัญหาค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงยังคงเป็นแรงกดดันหลักในการประกอบอาชีพในปัจจุบัน.