อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูเวทีนี้ที่เปิดให้สส.และสว.อภิปรายนโยบายรัฐบาลไดประเด็นต่างๆ หลายๆคนโฟกัสไปที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งก่อนเปิดฉาก ทั้งพรรคฝ่ายแค้น-ฝ่ายค้ำ ต่างโฆษณาโหมโรงว่าจะเชือด “ครม.เสี่ยหนู” ต่อสาธารณชน แต่ไปๆ มาๆ เมื่อถึงเวลาฉายจริง “ฝ่ายแค้น-ฝ่ายค้ำ” กลับผิดฟอร์ม เพราะแม้ในการอภิปรายมีเนื้อหาและวิวาทะเชือดเฉือนดุเดือดในเวทีดังกล่าว แต่ก็โดนกรรมเก่าที่เข้าทาง “อนุทิน” พร้อมพลพรรค “รัฐบาลดีลปีศาจ” ใช้ย้อนเกล็ดให้เจ็บปวดใจ

อย่างเช่น การปะทะฝีปากกลางสภาระหว่าง “จิราพร สินธุไพร” สส.ร้อยเอ็ด และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ชกข้ามรุ่น อภิปรายซัดรัฐบาลชุดนี้ตั้งขึ้นด้วยวิธีพิสดาร ตรงกับคำทำนายของ “สมเด็จฯ ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนตัวนายกฯภายใน 3 เดือน ส่วนเอ็มโอเอที่พรรคภูมิใจไทยเซ็นไว้กับพรรคประชาชน ก็เป็นแค่ฉากบังหน้า แถมสส.หญิงแห่งพรรคเพื่อไทยยังท้า “นายกฯหนู” ให้ชวนสว.มาลงสัตยาบันร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แต่เจอ “อนุทิน” ที่กระดูกแข็งกว่า ออกมาสวนกลับ แฉยับกลางสภา ร่ายดราม่าเหตุการณ์โดนถีบออกจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ว่าโดน “แพทองธาร ชินวัตร” ผู้นำรัฐบาลขณะนั้น เปิดดีลยึดเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย ตามใบสั่งของ “คุณพ่อทักษิณ ชินวัตร” แล้วให้ “ภูมิใจไทย” ไปคุมกระทรวงสาธารณสุข แถมแจกแจงว่าได้พบกับ “สมเด็จฯ ฮุน เซน” ก็เพราะร่วมคณะ “แพทองธาร” สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเยือนกัมพูชาเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมานั่นเอง

ด้านพรรคประชาชนก็มาผิดฟอร์ม อภิปรายผิดเวที ปูพรมเหมือนกับครั้งนี้มาเปิดศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมากกว่า อีกทั้งเนื้อหากลับไปมุ่งเป้าที่ นายใหญ่แห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า แฉสายสัมพันธ์ระหว่าง “ทักษิณ” กับ “เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์” และ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ แม้มีประเด็นน่าสนใจ แต่ก็พุ่งเป้าผิดเวที ทำให้ถูกมองได้ว่าพรรคส้มจะอ่อนข้อให้ค่ายสีน้ำเงินใช่หรือไม่

นอกจากนี้ สส.พรรคส้มแม้รุมถล่มปมปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ แต่ก็ต้องหน้าหงาย จากการโดนปล่อยจดหมายที่ “จุลพงศ์ อยู่เกษ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอโทษ “ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ” ที่เคยหยิบเรื่งที่ดินเขากระโดงไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยุค “แพทองธาร” เมื่อเดือนมี.ค.2568 โดยยอมรับว่าสิ่งที่ใช้อภิปรายครั้งนั้นเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด และโยนบาปว่ามาจากทีมงานของพรรคจัดให้ กลายเป็นปมร้อน “เขากระโดง” เผาบ้านพรรคสีส้ม เสียเครดิตข้อมูลอภิปรายเวทีล่าสุดของสส.พรรคนี้ไปด้วย

ขณะที่ภาพรวมของการชี้แจงของบรรดารัฐมนตรี กระแสสังคมแสดงความชื่นชมรัฐมนตรีคนนอกที่เป็นมืออาชีพ ทั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – ศุภจี สุธรรมพันธุ์ –สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เกี่ยวกับแนวทางการทำงานเรื่องเร่งด่วน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และการปกป้องศักดิ์ศรีของชาติ

แต่รัฐบาลอย่าเพิ่งรีบดีใจ เพราะใครๆ ก็ว่าเวทีสภาเป็นเวทีน้ำลาย ดราม่าการเมือง และของจริงในช่วง 4 เดือนนับจากนี้ “รัฐบาลเสี่ยหนู” ต้องสู้ชีวิตอีกมากและชีวิตพร้อมสู้กลับด้วยหลายปัญหาที่กำลังรุมเร้า ซึ่งหากรัฐบาลแก้ไขผิดทาง หรือเอื้อประโยชนแก่พวกพ้อง และหากไม่สามารถฝ่าฟันคดีร้อนที่พรรคเพื่อไทยจ่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สอย “อนุทิน” ผิดจริยธรรมร้ายแรง-ไม่ซื่อสัตย์สุจริต 3 ปมร้อน “ที่ดินเขากระโดง-ฮั้ว สว.-ตั้งรัฐมนตรี มีมลทิน”

จากที่รุ่งเรืองกว่าใคร ก็อาจร่วงหล่นข้ามคืนได้เช่นกัน.