สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า คำกล่าวของนางเจิ้ง ลี่-จวิน รองนายกรัฐมนตรีไต้หวัน มีขึ้นหลังนายโฮเวิร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า เขาเสนอให้ไต้หวันแบ่งการผลิตชิปกับสหรัฐ ในสัดส่วน “คนละครึ่ง”
“ฉันขอชี้แจงว่า นี่เป็นความคิดของสหรัฐ และทีมเจรจาของเราไม่เคยให้คำมั่นว่าจะแบ่งการผลิตชิปแบบ 50-50” เจิ้ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงไทเป พร้อมกับเสริมว่า ทีมเจรจาของเธอไม่ได้หารือประเด็นดังกล่าวในครั้งนี้ และไต้หวันจะไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้างต้น
#BREAKING Taiwan says 'will not agree' to making 50% of its chips in US pic.twitter.com/r1ocDxx3Hy
— AFP News Agency (@AFP) October 1, 2025
ทั้งนี้ หลังจากเจิ้งเดินทางกลับจากกรุงวอชิงตัน เธอกล่าวว่า การเจรจาเกี่ยวกับภาษีของสหรัฐ สำหรับสินค้านำเข้าจากไต้หวัน “มีความคืบหน้าบางส่วน”
อย่างไรก็ตาม ไต้หวันประสบความลำบากในการสรุปข้อตกลงภาษีกับรัฐบาลวอชิงตัน หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กำหนดภาษีชั่วคราวในอัตรา 20% ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตของไต้หวันเกิดความกังวล
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเรียกเก็บ “ภาษีที่ค่อนข้างสูง” กับเซมิคอนดักเตอร์ที่นำเข้ามาในสหรัฐ โดยการจับตามองของทรัมป์ เป็นผลมาจากความต้องการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไต้หวันเกินดุลการค้ากับสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



