นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการคนละครึ่งพลัส ว่า จะมีการเสนอให้ ครม. พิจารณาวันที่ 7 ต.ค. นี้ หลังจากนั้นจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปเป๋าตัง ได้ในวันที่ 20-26 ต.ค. นี้ เพื่อเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 29 ต.ค. จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. นี้ โดยกำหนดให้ลงทะเบียน 20 ล้านคน ใครมาก่อนได้สิทธิก่อน

ส่วนการเปิดลงทะเบียนร้านค้า จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 15 ต.ค. นี้ จนถึงสิ้นโครงการ ตั้งเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านราย นอกจากนี้ในรอบนี้ จะเปิดให้ร้านค้ารายย่อยที่เป็นนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย แต่ไม่ได้รวมร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น และร้านลักษณะเดียวกัน เพราะต้องการให้เงินกระจายถึงมือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย 

“โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะดำเนินการผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินเข้าบัตรคนจนวงเงินรวม 6.65 หมื่นล้านบาท และมาตรการอื่น จะช่วยกระตุ้นจีดีพีไตรมาสสี่ปีนี้ ให้ขยายตัวได้เกิน 1% จากเดิมที่คาดการณ์จะขยายตัวที่ 0.3%”

นอกจากนี้ รัฐบาลจะออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยให้นำรายจ่ายจากการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะให้วงเงินไม่เกิน 2-4 หมื่นบาท มาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า คาดว่าจะเสนอเข้า ครม. ได้วันที่ 14 ต.ค. นี้ เพื่อเริ่มใช้ได้ในช่วงปลายปี นอกจากนี้ ยังจะเสนอให้ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักต่างๆ นำรายจ่ายจากการซ่อมแซมมาหักลดหย่อนได้ 2 เท่า เพื่อช่วยยกระดับที่พักเพื่อการท่องเที่ยว

“รัฐบาลมีแผนกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายในช่วงต้นปีงบประมาณ 69 โดยกำหนดให้ส่วนราชการที่ได้รับงบประมาณเพื่อการอบรมสัมมนา นำรายจ่ายดังกล่าวมาใช้ในช่วง 4 เดือนของต้นปีงบประมาณ โดยหน่วยงานภาครัฐมีงบประมาณอยู่ประมาณ 3-4 พันล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจมีงบประมาณอยู่ประมาณ 4 พันล้านบาท”