“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้นำเสนอแบบการก่อสร้างสถานีอยุธยา ของสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กิโลเมตร(กม.) โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะ (เฟส) ที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ต่อกรมศิลปากรแล้ว โดยเป็นแบบที่มีการปรับตามคำแนะนำของกรมศิลปากร ที่ได้ขอให้ รฟท. ปรับสถาปัตยกรรมให้มีความกลมกลืนกับพื้นที่มรดกโลก ไม่ให้ดูทึบเป็นอาคารใหญ่ และเรียบเป็นผืนเดียว ซึ่งจากการประชุมหารือร่วมกับกรมศิลปากร พบว่า ตัวอาคาร และโครงสร้างหลักไม่มีประเด็นปัญหาใดให้ต้องปรับปรุงแล้ว

แต่ในส่วนของรายละเอียดยังมีให้ปรับปรุงอีกเล็กน้อย อาทิ การปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านหน้าอาคาร การปรับตำแหน่งของทางเดินเข้าสถานี และการปรับจุดทางเดินให้สามารถเดินผ่านสถานีทะลุไปยังวิหารหลวงพ่อคอหัก หรือ วิหารหลวงพ่อสุริยมุนี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญของ จ.พระนครศรีอยุธยาได้ อย่างไรก็ตามรายละเอียดที่กรมศิลปากรให้ปรับปรุงเพิ่มเติมนั้น เมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จไม่ต้องเสนอให้กรมศิลปากรพิจารณาแล้ว ให้เสนอในคราวเดียวกับการขออนุญาตการก่อสร้างเลย เนื่องจากตัวสถานีรถไฟอยุธยา ตั้งอยู่ในเขตโบราณสถาน การจะก่อสร้างต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากรก่อน คาดว่าจะเสนอได้ภายในปลายปี 2568

เมื่อปรับรายละเอียดตามคำแนะนำของกรมศิลปากรแล้วเสร็จ เรื่องแบบการก่อสร้างสถานีอยุธยา ก็ถือว่าจบ และไม่ต้องรอการพิจารณารายงานผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม(Heritage Impact Assessment : HIA)  ของแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เชื่อมโยงกับสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา จากองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่มาตรวจสอบ ก็มีคำแนะนำ และไม่ได้ขัดข้องในการก่อสร้างสถานีอยุธยา

ขณะนี้ รฟท. ดำเนินการเรื่องการปรับแบบสถานีอยุธยา ควบคู่ไปกับการจัดทำราคากลาง และร่างขอบเขตงาน (TOR) สัญญาที่ 4-5 ซึ่งหากเรื่องแบบการก่อสร้างแล้วเสร็จทันปลายปี 2568 รฟท. ก็มีแผนจะปรับการประกวดราคาสัญญาที่ 4-5 ทั้ง 2 สัญญาพร้อมกันในช่วงต้นปี 2569 จากเดิมจะประมูลสัญญาทางวิ่งก่อน และประมูลสัญญาสถานีภายหลัง หรืออาจจะปรับเป็นเปิดประมูลสัญญาเดียว โดยรวมทางวิ่งกับสถานีเข้าด้วยกันเลย

อย่างไรก็ตามสำหรับสัญญาที่ 4-5 รฟท. ได้เปิดประมูลเมื่อปี 2562 โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้ชนะประมูล แต่บริษัทฯ ไม่ยืนราคา รฟท. จึงเชิญผู้เสนอราคาต่ำสุดลำดับที่ 2 มาเจรจาราคา แต่ไม่มา จึงเชิญผู้เสนอราคาต่ำสุดรายที่ 3 ได้แก่ บริษัท บุญชัยพาณิชย์ฯ มาเจรจาราคา เพื่อเป็นผู้ดำเนินการในสัญญาที่ 4-5 โดยที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. อนุมัติสั่งจ้างตั้งแต่เดือน มี.ค.2566 แต่ผ่านมากว่า 2 ปี ไม่สามารถลงนามสัญญาได้ เนื่องจากเรื่องการก่อสร้างสถานีอยุธยายังไม่ได้ข้อสรุป จนเอกชนได้ยืนราคาหลายครั้ง กระทั่งครั้งสุดท้ายสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2568 และไม่ขอยืนราคา 10,325.90 ล้านบาท รฟท. จึงต้องเปิดประมูลหาผู้รับจ้างรายใหม่แทน.