เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ 12 (ผบ.ฉก.12) ลงพื้นที่บ้านหนองจาน เพื่อติดตามการปรับปรุงภูมิทัศน์และการทำถนนทางเข้า จุดผลักดันที่ยึดคืนพื้นที่กลับมาได้ในพื้นที่ ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดระบบไฟส่องสว่าง
สอบถามถึงกรณีที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี เตรียมแผนการเดินหน้าปฏิบัติการ “ทวงคืนผืนป่า” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว โดยมีวันครบกำหนดในวันนี้ ทราบว่า ภายหลังจากที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง กรณีบ้านหนองหญ้าแก้ว เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ทางกัมพูชาที่บุกรุกพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อพยพออกภายใน 15 วัน ซึ่งตามเวลาก็ครบกำหนดวันนี้ ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่จะดำเนินการวันไหนไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ฝ่ายทางกัมพูชาเอง เมื่อรู้ว่าครบกำหนดวันที่ 3 ต.ค.68 ก็ได้เอาคณะ IOT เข้ามาในพื้นที่เมื่อช่วงเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา จากการบินโดรนสำรวจพบว่าคณะ IOT ได้เข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และเชื่ออีกว่าในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ที่จะครบกำหนดบ้านหนองจาน กัมพูชาก็จะมาอีกเช่นเคย เพราะคอยดูท่าทีว่าเราจะผลักดันหรือไม่
ทั้งนี้การครบกำหนดพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ทุกอย่างก็อยู่ที่กระบวนการการบังคับใช้กฎหมายตามปกติว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ ในส่วนของกองกำลังบูรพาก็ต้องฟังคำสั่งการตามกรอบจากกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 1 ก็ต้องฟังกองทัพบก และกองทัพบกก็ต้องฟังรัฐบาล ดังนั้นการสั่งการต่างๆ ไม่ได้อยู่ที่หน่วยปฏิบัติในพื้นที่อย่างเดียว แต่ต้องดำเนินการร่วมกันหลายส่วน ทั้งในระดับจังหวัด, ป่าไม้, ตม. และอีกหลายๆ หน่วย แต่ยืนยันว่าในพื้นที่เรามีความพร้อม

ส่วนแผนอพยพของกัมพูชายังไม่ได้มีการส่งกลับมา แต่ชาวกัมพูชาเขาจะออกหรือไม่ก็แล้วแต่เขา แต่ถ้าเราต้องเกิดปฏิบัติการขึ้นก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และสามารถดำเนินการได้เลย.



