เล่นออกมาพร้อมๆ กันทีเดียวสำหรับโครงการหวยเกษียณ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นสลาก กอช. กับสลากดิจิทัลที่คืนเงินให้คนถูกกิน จนหลายคนอาจสงสัยว่า สุดท้ายแล้วทั้ง 2 โครงการนี้แตกต่างกันอย่างไร เศรษฐกิจ เดลินิวส์ สรุป
หวยเกษียณ (สลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ) และ สลากดิจิทัลที่มีแนวคิด “คืนเงินคนถูกกิน” มีความแตกต่างที่สำคัญ ดังนี้:
| ลักษณะที่แตกต่าง | หวยเกษียณ (สลาก กอช.) | สลากดิจิทัล (แนวคิดคืนเงิน) |
| หน่วยงานหลัก | กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) | สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (อยู่ระหว่างพิจารณา/พัฒนา) |
| เป้าหมายหลัก | ส่งเสริมการ ออมระยะยาว เพื่อวัยเกษียณ | ส่งเสริมการออมผ่านการซื้อสลาก และคืนเงินส่วนหนึ่งเป็นเงินออม |
| เงินต้น (ค่าสลาก) | เงินต้นทั้งหมด (100%) จะถูกเก็บเป็นเงินออมในบัญชีส่วนตัวพร้อมผลตอบแทนจากการลงทุน | เงินบางส่วน จากค่าสลากที่ซื้อจะถูกจัดสรรเข้าเป็นเงินออม |
| การ “คืนเงินถูกกิน” | เงินค่าซื้อสลากทุกบาท จะเป็นเงินออมที่ได้รับคืนเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ (แม้ไม่ถูกรางวัลเลยก็ตาม) | เงินออมมาจากการจัดสรร งบประมาณจากค่าการตลาดส่วนหนึ่ง มาให้เป็นเงินออมแก่ผู้ซื้อสลากดิจิทัลที่ไม่ถูกรางวัล (แนวคิด) |
| เงื่อนไขการถอนเงินออม | ถอนได้เมื่อ อายุครบ 60 ปี (หรือตามเงื่อนไขอื่น เช่น ทุพพลภาพ/เสียชีวิต) | แนวคิดคือสามารถถอนได้เมื่อ อายุ 55 ปี (อยู่ระหว่างพิจารณา/พัฒนา) |
| ช่องทางการซื้อ | แอปพลิเคชัน กอช. | แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ของสำนักงานสลากฯ |
สรุปความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของเงินต้น:
- หวยเกษียณ: เงินที่ใช้ซื้อสลาก ทั้งหมด (100%) จะเป็นเงินออมของเราโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม เงินออมจะได้รับคืนเมื่อเกษียณ (อายุ 60 ปี)
- สลากดิจิทัล (แนวคิดคืนเงิน): เงินออมจะมาจาก การจัดสรรเงินส่วนหนึ่ง จากค่าบริหารจัดการของสำนักงานสลากฯ ไปสมทบเป็นเงินออมให้ผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัลและไม่ถูกรางวัล
กล่าวโดยง่ายคือ หวยเกษียณเป็นเครื่องมือออมที่มาพร้อมการลุ้นรางวัล ส่วน สลากดิจิทัลแนวคิดคืนเงิน เป็นการซื้อสลากตามปกติ แต่ได้รับเงินคืนเป็นเงินออมในสัดส่วนหนึ่ง หากไม่ถูกรางวัล



