ยุงไม่ได้แค่ตัวก่อความน่ารำคาญกวนใจเราเท่านั้น แต่ยังเป็นพาหะนำโรคติดเชื้อรุนแรงหลายชนิดด้วย อย่างเช่น โรคไข้เลือดออก มาลาเรีย เท้าช้าง ไข้สมองอักเสบ หลายคนจึงสรรหาสารพัดวิธีป้องกันตัวจากยุงร้าย ซึ่งรวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง ทายากันยุง มีหลากหลายรูปแบบ
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีสาระน่ารู้มาแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กันยุงว่าสารสำคัญในการออกฤทธิ์ไล่ยุง มีทั้งเป็นรูปแบบครีม โลชั่น หรือสเปรย์กันยุง โดยแบ่งตามสารออกฤทธิ์ได้ ดังนี้
-ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นสารออกฤทธิ์ไล่ยุง ได้แก่ ดีอีอีที (DEET), อิคาริดิน (Icaridin), เอทิลบิวทิลอะซีทิลอะมิโนโพรไพโอเนต (Ethyl butylacetyl aminopropionate) หรืออีกชื่อคือ ไออาร์ 3535 (IR 3535)
-ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติหรือน้ำมันหอมระเหยเป็นสารออกฤทธิ์ไล่ยุง ได้แก่ น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันตะไคร้หอม
สำหรับผลิตภัณฑ์กันยุงที่มีสารเคมีเป็นสารออกฤทธิ์ ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ฉลากแสดงเลขทะเบียน อย. วอส. ในกรอบเครื่องหมาย อย. ที่สำคัญก่อนใช้ ควรอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากอย่างเคร่งครัด

คำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์กันยุง
-ควรใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นประจำ
-ห้ามนำไปใช้แทนแป้งหรือโลชั่นทั่วไป
-ห้ามใช้บริเวณเนื้อเยื่ออ่อน เช่น บริเวณใกล้ตา ริมฝีปาก เปลือกตา รักแร้ หรือทาบริเวณแผล
-ควรเก็บผลิตภัณฑ์ในที่มิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร และสัตว์เลี้ยง
-ควรอ่านฉลากพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด และล้างมือทุกครั้งหลังใช้ผลิตภัณฑ์
-ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์กันยุงจะห้ามใช้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี และควรดูข้อจำกัดของอายุเด็กในการใช้ผลิตภัณฑ์บนฉลาก
-ก่อนใช้ ควรทดสอบการแพ้ ด้วยการทาหรือพ่นที่บริเวณข้อพับหรือท้องแขน ถ้าไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง จึงใช้บริเวณอื่น
-สามารถป้องกันยุงกัดด้วยวิธีอื่นๆ เช่น สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่ถุงเท้า และนอนในเต็นท์หรือมุ้งกันยุง.



